ขอนแก่น ศาลอุทธรณ์ยืนประหารชีวิต นวัธ เตาะเจริญสุข คดีจ้างวานฆ่าปลัด อบจ.

นวัธเตาะเจริญสุข

ขอนแก่น – ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นสั่งประหาร “นวัธ เตาะเจริญสุข” อดีต สส.เพื่อไทย คดีฆ่าอดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น ด้านจำเลยเตรียมยื่นฏีกาต่อ

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีการอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 386/2563 ระหว่างฝ่ายโจทก์และโจทก์ร่วมคือ พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น และ นางลำดวน โคตรทุม และจำเลยคือ นายวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย ในฐานก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิด โดยศาลอุทธรณ์ได้ยืนตามคำพิพากของศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตนายนวัธ และให้ชดใช้ค่าปลงศพ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม ขณะดำรงตำแหน่งปลัด อบจ.ขอนแก่น เสียชีวิตที่หน้าบ้านพักในหมู่บ้านจอมพล อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะกำลังจะออกจากบ้านไปทำงาน และต่อมาสามารถจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล จำเลยที่ 1  พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม จำเลยที่ 2  นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3  นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 และ นายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5

ต่อมาศาลได้ฎีกามีคำพิพากษาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน ตัดสินประหารชีวิต พ.ต.ท.สมจิตร แก้วพรม จำเลยที่ 2  ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญผล นายประพันธ์ ศีรพิลัย นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 1, 3 และ 4  ส่วนนายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5 ให้ยกฟ้อง

ระหว่างนั้นศาลจังหวัดขอนแก่นได้ออกหมายจับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ในข้อหากระทำความผิดฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายสุชาติ โคตรทุม และระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นางลำดวน โคตรทุม ภรรยาของนายสุชาติ ได้ขอเป็นโจทก์ร่วม และยื่นคำร้องบังคับคดีขอให้จำเลยคือ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็น

โดยศาลชั้นได้อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ระบุว่า นายนวัธ เตาะเจริญสุข เป็นผู้ใช้ผู้อื่นฆ่าผู้ตายคือ นายสุชาติ โคตรทุม โดยไตร่ตรองไว้ก่อนจริง จึงมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4) ประกอบมาตรา 84 ลงโทษประหารชีวิตและให้จำเลยชดใช้ค่าปลงศพ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป

ต่อมานายนวัธ ได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษา ยืนตามศาลชั้นต้น ทั้งนี้รายงานเพิ่มเติมว่า ทางฝ่ายจำเลยคือนายนวัธ จะได้ให้ทนายความดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาต่อไป

 

 

ขอบคุณข่าวจาก https://www.77kaoded.com/news/aekkapongputta/1766078