คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ ศึกษาดูงานโครงการการพัฒนาคุณภาพอาหารปลอดภัยมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

*** เมื่อวันที่  (26 มิ.ย. 63) ที่บ้านป่าสังข์หมู่ที่ 3 ตำบลดอนช้าง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาคุณภาพอาหารปลอดภัยมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์ โดยมีนายศิริวัฒน์ พินิจพาณิชย์ นายอำเภอเมืองขอนแก่น ว่าที่ร้อยตรี สอิสร์ โบราณ เกษตรจังหวัดขอนแก่น กล่าวสรุปภาพรวมการดำเนินโครงการ นางสุนิสา ผางโคกสูง ตัวแทนเกษตรกรสมาชิกกลุ่มเจ้าของพื้นที่ กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการ

*** นายพิชิต สมบัติมาก ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ได้นำเสนอโครงการการพัฒนาคุณภาพอาหารปลอดภัยมุ่งสู่เกษตรอินทรีย์ ซึ่งจำเป็นต้องมีแหล่งน้ำที่มั่นคงให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น และสำนักงานพลังงานจังหวัดขอนแก่น เจาะบ่อบาดาล ความลึกประมาณ 43 – 100 เมตร จำนวน 50 บ่อ พร้อมติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ในลักษณะการรวมกลุ่ม เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการนี้จำนวน 600 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรประมาณ 1,500 ไร่ คิดเป็นปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถพัฒนาเพื่อการเกษตรได้ 182,500 ลูกบาศก์เมตรต่อปี นอกจากนี้ ยังมีการอบรมเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาล เพื่อให้ความรู้ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับน้ำบาดาล การบริหารจัดการกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาล การบำรุงรักษาบ่อบาดาลและโซล่าเซลล์ และแนวทางการประกอบอาชีพด้านการเกษตรที่ใช้น้ำน้อยอีกด้วย

*** สำหรับบ่อบาดาลที่บ้านป่าสังข์ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนช้าง อำเภอเมืองขอนแก่น เป็นบ่อบาดาลที่มีความลึกประมาณ 52 เมตร ปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถพัฒนาเพื่อการเกษตรได้ประมาณ 36,500 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากบ่อบาดาลนี้จำนวน 20 ราย พื้นที่รับประโยชน์จำนวน 150 ไร่ ผลจากการขุดเจาะบ่อบาดาล ทำให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรตลอดทั้งปี จากการสนับสนุนบ่อบาดาลให้กับเกษตรกรที่ผ่านมาส่งผลให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้จากการปลูกพืชเศรษฐกิจ สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ ลดการย้ายถิ่นฐาน ได้ดังนี้ ข้าวโพดเหนียว 50,000 บาทต่อปี ส่ง Top Supermarket 72 ตันต่อปี มะม่วงน้ำดอกไม้ 70,000 -100,000 บาทต่อปี ไผ่กิมซุง 30,000 บาทต่อปี หัวไชเท้า 50,000 บาทต่อปี ซึ่งห้าง Tesco Lotus มีความต้องการ 7 ตันครึ่งต่อวัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 20,000 บาทต่อปี สหกรณ์โคนมในจังหวัดขอนแก่น มีโคนมรวมกันประมาณ 26,000 ตัว ซึ่งโคนม 1 ตัว กินข้าวโพดสับหมัก ประมาณ 15 กิโลกรัมต่อวันคิดเป็น 390 ตันต่อวัน

 

ขอบคุณข่าวจาก    https://pr.prd.go.th/khonkaen/ewt_news.php?nid=12560&filename=index