ทัพไทยปรับแผนเก็บตัวฝ่าโควิด ยกระดับวิทย์กีฬายึดผู้นำอาเซียน

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากีฬาเป็นอย่างมาก เนื่องจาก “กีฬา” ก่อให้เกิดการพัฒนาในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงทางด้านร่างกายและจิตใจ นำมาซึ่งความรักความสามัคคีของคนในชาติ ช่วยยกระดับวงการกีฬา ตลอดจนช่วยสร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยว สังคม และเศรษฐกิจให้กับประเทศได้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศไว้ 13 แนวทาง ดังนี้ 1.พัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศทุกระดับ บริหารจัดการที่เป็นระบบ ทันสมัย มีมาตรฐาน, 2.บริหารจัดการสมาคม/องค์กรกีฬาให้มีประสิทธิภาพ ประสบความสำเร็จ, 3.พัฒนาศักยภาพนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ, 4.ส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายและเล่นกีฬาทุกระดับ, 5.ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนากีฬาคนพิการ, 6.ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาศักยภาพของผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และผู้บริหาร, 7.เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาบุคลากรกีฬาในระดับอาเซียน

8. ใช้ระบบเทคโนโลยีช่วยในการส่งเสริมการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ, 9. พัฒนาสถานกีฬา อุปกรณ์กีฬา เพื่อรองรับกีฬาเป็นเลิศ, 10. ส่งเสริม สนับสนุนการเตรียมนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันระดับต่างๆ11.ผลักดันสมาคมกีฬาในการประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา, 12.พัฒนาระบบ/ยกระดับรูปแบบการแข่งขันกีฬาทุกระดับ และ 13.ประเมินผลระบบการพัฒนากีฬาในด้านต่างๆ

ทั้งนี้ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้กิจกรรมทางการกีฬาต้องหยุดชะงัก เนื่องจากไม่สามารถจัดได้ตามกำหนดเดิม โปรแกรมการแข่งขันกีฬาทั่วโลกถูกปรับเปลี่ยนเกือบทั้งหมด บางรายการต้องถูกยกเลิก ขณะที่บางรายการต้องประกาศเลื่อนออกไป ส่งผลกระทบต่อการพัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศทั้งในระดับชาติ และระดับนานาชาติ จึงนับเป็นความท้าทายในการดำเนินงานภายใต้อุปสรรคครั้งสำคัญ

และกกท. ภายใต้การดูแลของ “บิ๊กก้อง” ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ตระหนักถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น และเพื่อการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง จึงได้มอบหมายให้ “พันโท รุจ แสงอุดม” รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ปรับแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาทีมชาติไทยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยขณะนี้คณะกรรมการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการเก็บตัวฝึกซ้อมระยะยาว ซึ่งเป็นความสร้างความมั่นใจให้กับนักกีฬาว่า กกท. จะให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักกีฬาได้ตรียมตัวเข้าร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติรายการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่วันที่ 23 ก.ค.- 8 ส.ค.ปีหน้า, มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่ประเทศญี่ปุ่น, มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม ในปีหน้าเช่นกัน ส่วนโครงการเตรียมนักกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศจีน ให้เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.63 ก่อนแข่งขันวันที่ 28 พ.ย.-5 ธ.ค.63

นอกจากนี้ กกท. ยังได้เตรียมดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนากีฬาให้เยาวชน ประชาชน และบุคลากรทางการกีฬาสู่ความเป็นเลิศ (โครงการนำร่อง) โดยจะกำหนดชนิดกีฬาที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ (โอลิมปิกเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ และซีเกมส์) เพื่อขยายฐานและสร้างนักกีฬาหน้าใหม่ในส่วนภูมิภาคตั้งแต่ระดับอำเภอ ที่จะพัฒนาไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ หลักการเบื้องต้น กกท. ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง จัดทำระเบียบการแข่งขันกีฬา และเห็นชอบให้ขอใช้เงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 จำนวน 225,000,000 บาท ซึ่งจะนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนาในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย และการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักกีฬาระดับอำเภอด้วย

ขณะเดียวกันองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาให้ประสบในการแข่งขัน ทาง กกท. เตรียมเร่งขับเคลื่อนนโยบายวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง 6 สาขา ได้แก่ สรีรวิทยาการออกกำลังกายหรือการกีฬา, ชีวกลศาสตร์การกีฬา, โภชนาการการกีฬา, จิตวิทยาการกีฬา, เวชศาสตร์การกีฬา และวิศวกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา

ส่วนอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ได้ดำเนินการปรับปรุง ต่อเติม ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ได้แก่ ห้องทดสอบสมรรถภาพ ห้องเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย ห้องตรวจรักษา และห้องกายภาพบำบัด พร้อมทั้งต่อเติมห้องปฏิบัติการทางสรีรวิทยา ห้อง Altitude Training ห้องฟื้นฟูสมรรถภาพการฟื้นตัว และการผ่อนคลายกล้อมเนื้อ ห้องชีวกลศาสตร์ ห้องปฏิบัติการจิตวิทยา ห้องเทคโนโลยีการกีฬา คลินิกโภชนาการ เบื้องต้นคาดว่าแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 เพื่อพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาให้เป็นศูนย์กลางของประเทศและเป็นผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียน

ที่สำคัญนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ถือเป็นแนวทางการใช้บริการวิถีใหม่ “นิว นอร์มอล” เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคน

ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 แม้จะต้องมีการปรับรูปแบบการทำงาน แต่ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและสิทธิประโยชน์ ของ กกท. ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักกีฬาไทยมีความพร้อมเต็มศักยภาพและนำพาวงการกีฬาไทยก้าวไกลสู่ระดับสากลให้ได้ตามแผนที่วางไว้

ขอบคุณข่าวจาก https://siamrath.co.th/n/173469