“นายกฯ” ประชุม “ผู้นำแม่น้ำโขงฯ” ผ่านคอนเฟอเร้นท์ 24 ส.ค.นี้ถก”ครม.สัญจร”ระยองคิวงานแน่นไม่มีพบนศ.

“นายกฯ” เตรียมประชุมผู้นำแม่โขง-ล้านช้างครั้งที่ 3  ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ 24 ส.ค.นี้  ก่อนลงพื้นที่ระยอง “โฆษกรัฐบาล” แจงไม่มีเวทีพบนศ. เหตุภารกิจแน่น

วันที่ 21ส.ค.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงว่าสำหรับภารกิจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม วันที่ 24 ส.ค. เวลา 08.30 -10.30 น. นายกฯ จะร่วมประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ครั้งที่ 3  ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีผู้นำจาก 6 ประเทศจีน เวียดนาม ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ และไทย เข้าร่วมประชุมใช้เวลาประมาณ 2  ชั่วโมง โดยจะมีการหารือในกรอบความร่วมมือเกี่ยวกับลุ่มแม่น้ำโขง ที่ไทยให้ความสำคัญ และเป็นการต่อยอดการประชุมอาเซียนที่เรามีอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้จะเป็นการเพิ่มในส่วนของประเทศจีนที่จะมาดูแลในส่วนลุ่มน้ำโขงเพิ่มเติม เน้นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับหลายส่วน  ไม่ใช่ทวิภาคี แต่เป็นกลุ่มที่จะสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับความร่วมมือต่างๆ หารือเกี่ยวกับบทบาทอาเซียน นอกจากนี้จะมีการพูดเกี่ยวกับโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งไทยเองได้เสนอไปหลายโครงการ และได้รับการอนุมัติแล้ว ซึ่งเป็นโครงการเล็กๆ ที่มีวงเงินไม่เกิน  62 ล้านบาท ผ่าน 10 โครงการ

นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จะหารือการยกระดับสิ่งต่างๆ ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจและการพัฒนาอื่นๆ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และจะมีการเพิ่มเกี่ยวกับเส้นทางเศรษฐกิจของจีน ที่ทำอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ลงมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเพิ่มทางบก และทางทะเลในการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ เพื่อให้เรามีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้  รวมถึงยังมีเรื่องการแลกเปลี่ยนสังคมและวัฒนธรรมในส่วนของประชาชนต่อประชาชน ทั้งนี้ นายกฯและประเทศไทยจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำโขง  ซึ่งอาจจะมีการพูดคุยกันว่าจะมีการจัดการประชุมร่วมระหว่างรัฐมนตรีที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องน้ำ  เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกบเรื่องน้ำเข้าถึงกันได้อย่างถูกต้อง

นายอนุชา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการให้ความร่วมมือทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะในเรื่องวัคซีน ที่ประเทศจีนและไทยจะร่วมกันพัฒนาในอนาคต ซึ่งไม่ใช่เฉพาะโควิดอย่างเดียว แต่พูดถึงวัคซีนทั่วไปด้วย

“สำหรับวัคซีนที่จะนำมาใช้ป้องกันโควิด-19 เราจะพยายามผลักดันให้เป็นส่วนสำคัญของสาธารณสุขของทุกประเทศ  ไม่ใช่สินค้าที่ทำกำไร ดังนั้นราคาของวัคซีนไม่ว่าประเทศไหนก็แล้วแต่ที่ผลิตได้ก่อน จะพยายามผลักดันให้เป็นในส่วนสาธารณะประโยชน์ เพราะเราทราบกันดีว่าโควิดกระจายทั่วโลก จึงไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่งมาคิดในเรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับวัคซีน และในส่วนอื่นๆที่ประชุมให้ความสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือในภาพรวมทั้งหมดของกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง-ล้านช้าง”

นายอนุชา กล่าวว่า จากนั้นช่วงเวลา 12.00 น.นายกฯจะเดินทางไปตรวจราชการที่จ.ระยองและจันทบุรี และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)ระหว่างวันที่ 24-25 ส.ค.

เมื่อถามว่าการลงพื้นที่ของนายกฯที่จ.ระยอง จะพบกับกลุ่มเยาวชนและนักศึกษา เพื่อรับฟังความคิดเห็นด้วยหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ตอนนี้เรื่องดังกล่าวยังไม่อยู่ในกำหนดการ เพราะนายกฯค่อนข้างมีภารกิจมาก

ขอบคุณข่าวจาก https://siamrath.co.th/n/176352