ผลวิจัยเผย หากสหรัฐฯ ใช้ “Social Distancing” เร็ว จะมีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 น้อยลง

ผลวิจัยเผย หากสหรัฐฯ ใช้ “Social Distancing” เร็ว จะมีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 น้อยลง

Features writer who is interested in political and social issues, human rights, and gender equality

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 ทั่วสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นถึงกว่า 9 หมื่นราย และมีตัวเลขผู้ป่วยที่ได้รับการบันทึกอย่างน้อย 1,551,853 ราย จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นำโดยเจฟฟรีย์ ชามาน นักระบาดวิทยา ได้สร้างแบบจำลองที่แสดงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนาในสหรัฐฯ โดยใช้แบบจำลองทางระบาดวิทยา เพื่อวัดอัตราการแพร่เชื้อตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม – 3 พฤษภาคม และพบว่า หากสหรัฐฯ ใช้มาตรการล็อกดาวน์เร็วกว่าเดิม 2 สัปดาห์ จะสามารถป้องกันการเสียชีวิตของประชาชนได้ถึง 84% และป้องกันไม่ให้มีผู้ป่วยได้ถึง 82% โดยเฉพาะในเขตเมืองของนิวยอร์ก จะมีผู้เสียชีวิตน้อยลงราว 17,500 คน หากรัฐบาลออกมาตรการเร็วกว่านี้ 1 สัปดาห์

“ในช่วงแรกของการระบาด ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การแทรกแซงตั้งแต่ช่วงแรกและการรับมืออย่างฉับไวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” นักวิจัยกล่าวในรายงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้งานวิจัยชิ้นนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ

ด้านบิลล์ เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีของนิวยอร์กซิตี้ กล่าวว่า มีรายงานผู้ติดเชื้อยืนยันเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มีนาคม และ 13 วันต่อมาก็มีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรก และการขาดการทดสอบที่แสดงภาพรวมของสถานการณ์นับเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดมาก

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ COVID-19 ได้ที่นี่