ผู้เชี่ยวชาญเตือน ผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 ควรตรวจหา PTSD ด้วย

ผู้เชี่ยวชาญเตือน ผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 ควรตรวจหา PTSD ด้วย

Features writer who is interested in political and social issues, human rights, and gender equality

ดร.ไมเคิล บลูมฟิลด์ จิตแพทย์จากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ สหราชอาณาจักร (NHS) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน และหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่เรียกร้องให้มีการตรวจหา PTSD ในกลุ่มผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 กล่าวว่า

“ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต้องเผชิญกับประสบการณ์อันน่าเจ็บปวดอย่างมาก การอยู่ในห้องไอซียูถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว และเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อชีวิต เพราะพวกเขาป่วยหนักมาก และยังไม่มีการรักษาโรคโควิด-19 ที่ได้ผล”

นอกจากนี้ ดร.บลูมฟิลด์ยังระบุว่า ภาพของการเจ็บป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีทั้งภาพแพทย์และพยาบาลที่ต้องสวมชุด PPE ญาติผู้ป่วยไม่สามารถเข้ามาเยี่ยมผู้ป่วยได้ ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยต้องถูกสอดท่อระโยงรยางค์ ในภาวะที่ไม่มีสติ ซึ่งสถานการณ์อันตรายเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจใครหลายคน และกลายเป็นบาดแผลทางจิตใจที่ไม่มีใครคาดคิด

เพราะฉะนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า ผู้ที่เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ในแผนกไอซียู หรือแผนกที่ต้องมีการพึ่งพาผู้อื่นเป็นหลัก จำเป็นต้องได้รับการประเมินอาการของโรค PTSD และโรคทางจิตอื่นๆ ก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล และเข้ารับการตรวจอีกครั้งภายใน 1 เดือน

ดร.บลูมฟิลด์และคณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน จัดตั้งคณะทำงานเพื่อรับมือกับบาดแผลทางจิตใจจากโรคโควิด-19 และเรียกร้องให้ผู้บริหารของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งรัฐมนตรี จัดให้มีบริการ “ตรวจคัดกรองและรักษา” โรคนี้ทั่วสหราชอาณาจักร

ประมาณ 1 ใน 20 ของประชากรในสหราชอาณาจักรมีอาการของโรค PTSD ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในความเสี่ยงตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาหวนระลึกถึงประสบการณ์อันเลวร้าย ไม่ว่าจะเป็นการรายงานข่าว ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดฝันร้ายหรือการย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่น่ากลัว

งานวิจัยค้นพบว่า ในภาวะปกติ ราว 40% ของผู้ที่ออกจากแผนกไอซียูจะมีอาการวิตกกังวล 30% มีภาวะซึมเศร้า และ 20% มีสัญญาณของโรค PTSD เช่นเดียวกับผู้ที่รอดชีวิตจากการสังหารหมู่ เช่น การก่อการร้าย หรืออุบัติเหตุใหญ่ในการขนส่งสาธารณะ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โรคระบาดกลับก่อให้เกิดอัตราของผู้ป่วย PTSD ที่มากกว่าเหตุอื่นๆ โรคระบาดจะส่งผลกระทบอย่างฉับพลันต่อสุขภาพจิต มีรายงานว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากโรคโควิด-19 จะมีความหวาดกลัวการตีตราจากสังคม กลัวว่าจะแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น กลัวจะติดเชื้อซ้ำ รวมทั้งอาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง นอกจากนี้ ดร.บลูมฟิลด์ยังกล่าวว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยังมีแนวโน้มที่จะเป็น PTSD มากกว่าผู้ที่ติดเชื้อโรคอื่นๆ เนื่องจากต้องแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาล ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างหนัก และนำไปสู่โรคทางจิตรุนแรงในระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนอีกด้วยว่า ครอบครัวของผู้ที่รอดชีวิตจากโควิด-19 เองก็จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตเช่นกัน เนื่องจากคนกลุ่มนี้อาจจะได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ เช่น การเห็นญาติของตนต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวพร้อมเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งทำให้พวกเขาคิดว่าคนที่พวกเขารักกำลังจะเสียชีวิต