“อิทธิพล”เผย “นายกฯ” มอบ “สมช.”ดูมาตรการผ่อนปรนเฟส 3 คาดขยับเวลาเคอร์ฟิว เที่ยงคืนถึงตี4

วันที่ 22 พ.ค.63 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ศบค. ว่า ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ว่าศบค.เห็นชอบตามที่ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เสนอต่ออายุเคอร์ฟิวไปอีก 1 เดือน ซึ่งจะต้องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร 26 พค.นี้ ส่วนการผ่อนปรนมาตรการระยะที่สามนั้น เลขาฯสมช. จัดประชุมในสัปดาห์หน้าประมาณวันที่ 27-28 พค.

ทั้งนี้ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงเรื่องการเปิดเทอม ของโรงเรียน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้รายงานในที่ประชุมว่าจะมีโรงเรียนลักษณะโรงเรียนประจำ และโรงเรียนนานาชาติ เช่นโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จะมีมาตรการและจะทดลองเปิดก่อนในวันที่1มิ.ย.นี้ ส่วนวันเปิดเทอมอย่างเป็นทางการที่กระทรวงศึกษาธิการขอไว้ก็คือ 1 ก.ค. นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงภาพรวมเรื่องการดูแลเรื่องเว้นระยะห่างของเด็ก และสัดส่วนครูต่อนักเรียนเดิม 20:1 ก็จะปรับให้เหลือ 7:1

สำหรับเรื่องกระทรวงศึกษานั้นยังไม่ได้เป็นมติของศบค. แต่เป็นการที่นายกรัฐมนตรีได้สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงได้รายงานเรื่องการเตรียมความพร้อมและได้รับข้อสังเกตข้อห่วงใยจากนายกรัฐมนตรีและศบค.ไปดำเนินการ

โดยภาพรวมที่นายกรัฐมนตรีได้เอ่ยถึงเรื่องโรงเรียนในที่ประชุมศบค. เนื่องจากมีความเป็นห่วงเรื่องที่ได้เห็นกรณีตัวอย่างจากเกาหลี ฝรั่งเศส ที่ได้เปิดโรงเรียนแล้วมีการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 อีก ดังนั้นจึงกลัวว่าอาจจะกลับมาติดได้ ไม่ต้องการให้เกิดความกังวลของผู้ปกครอง เพราะโรงเรียนมีความแตกต่างไปจากกิจการ-กิจกรรมที่ได้ผ่อนปรนไปแล้ว เด็กจะมีความใกล้ชิดกันในโรงเรียนอย่างมาก

และมีการรายงานเรื่องการประเมินแต่ละกิจการ-กิจกรรมที่ได้ผ่อนปรนไปในระยะที่สองแล้วซึ่งก็พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและได้รับความร่วมมือ แต่อาจจะมีบางเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นภาพข่าวที่ไม่ได้เว้นระยะห่าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพื้นที่ทางมหาดไทยให้ช่วยไปกำกับดูแลด้วย

กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย กองบัญชาการทหารสูงสุด กรุงเทพมหานคร ได้รายงานเรื่องการไปตรวจเยี่ยมกองถ่ายต่างๆซึ่งพบว่าภาพรวมได้ปฎิบัติตามมาตรการผ่อนปรนแต่ยังมีบางจุดที่ยังได้รับแจ้งเข้ามาเรื่องการเว้นระยะห่าง ซึ่งโดยภาพรวมของการผ่อนปรนระยะที่สองทุกกระทรวงที่รายงานศบค. ได้รับทราบและมีความพอใจ เพราะการฝ่าฝืนมีน้อยมาก และได้ย้ำให้การผ่อนปรนระยะที่สองอยู่ในความควบคุมเพื่อนำไปสู่การผ่อนปรนระยะที่สามได้

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำฝากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาให้ดูเรื่องกรณีตัวอย่างจากต่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องการค้นคว้าวัคซีน

นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เลขาสมช. ไปพิจารณาผ่อนปรนระยะที่สามโดยนายกฯฝากเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัดและเรื่องเศรษฐกิจที่จะมีการเดินทางระหว่างจังหวัด เรื่องการท่องเที่ยวชุมชน

“ในศบค.วันนี้ยังไม่ได้มีการเสนอเรื่องการลดเวลาเคอร์ฟิว แต่สมช.จะต้องพิจารณา ไทม์ไลน์การผ่อนปรนระยะที่สาม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบให้เลขาฯสมช. ในฐานะประธานกลั่นกรองไปพิจารณา โดยบอกว่าให้พิจารณาเรื่องท่องเที่ยวชุมชนให้ด้วยซึ่งรองนายกฯสมคิดก็สนับสนุนเพราะเรื่องเศรษฐกิจจะได้ฟื้นฟู อยากผ่อนปรนในประเทศให้ได้มากขึ้น และตั้งตุ๊กตา ให้เป็นโจทย์ไปพิจารณา เรื่องลดเวลาเคอร์ฟิวลงอาจเป็น เที่ยงคืนถึงตี4 เพราะเห็นว่าประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและทางการแพทย์ก็มีความคืบหน้า

นายกฯยัง ระบุเรื่องความมั่นคงนั้นไม่ใช่เรื่องความมั่นคงตำรวจทหารเพียงอย่างเดียวแต่เป็นเรื่องความมั่นคงทางสาธารณสุขจึงอยากให้ประชาชนเข้าใจเรื่องสถานการณ์ด้านความมั่นคงว่าปัจจุบันนี้ด้านสาธารณสุขต้องควบคู่กันไป กลับเรื่องทหารตำรวจ ประเด็นการผ่อนปรนระยะที่สาม ให้พิจารณาเรื่อง เดินทางข้ามจังหวัด การเข้าพักโรงแรม เปิดห้องพัก เพื่อให้เศรษฐกิจไหลได้ จึงมอบให้เลขาฯสมช.ไปลงรายละเอียด”

 

 

ขอบคุณข่าวจาก    https://siamrath.co.th/n/157230