“โจ้” ร่ายยาวแฉเบื้องลึกเหตุ”ปรีดี” ออก เชื่อปมยัดไส้ต่อสัญญา BTS 40 ปี บี้ “สันติ”แจงวุฒิการศึกษา

 

วันที่ 7 ก.ย.63 ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีนายปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะมีขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เรื่องการแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิตว่า ตนเรียนว่าเหตุเบื้องลึก มาจากเรื่องการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอสออกไปอีก 40 ปี ทั้งที่สัญญาเก่ายังเหลืออีก 10 ปี ซึ่งจะหมดในปี พ.ศ.2572 และปัจจุบันได้สร้างส่วนต่อขายสายสีเขียวเหนือสิ้นสุดเส้นทางสถานีคูคต จ.ปทุมธานี ส่วนสายสีเขียวใต้ สิ้นสุดเส้นทางที่สถานีเคหะบางปู จ.สมุทรปราการ เบื้องลึกที่มีปัญหาคือ บริษัทบีทีเอสต้องการต่อสัมปทานโดยไม่ให้มีการเปิดประมูลใหม่ โดยยกเหตุเรื่องการสร้างส่วนต่อขยายทั้งสองเส้น

นายยุทธพงษ์ กล่าวว่า ในวันที่ 11 เม.ย.62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่ง 3/2562 ตามมาตรา 44 ในฐานะหัวหน้า คสช. โดยในข้อ 3 ระบุว่า ในเรื่องการต่อขยายรถไฟฟ้าสายเขียวเหนือ และสายเขียวใต้ ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 10 คน โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ให้ดำเนินการเจรจากับบริษัทบีทีเอส และแก้ไขสัญญาสัมปทานกับผู้ได้รับสัมปทานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งที่สัญญาเก่ายังไม่หมด ในทางกฎหมายหากจะแก้ไขสัญญาก็ต้องยกเลิกสัญญาเก่า แต่ที่พิสดารที่ทำให้นายปรีดี รับไม่ได้คงเป็นข้อ 6 ที่ระบุ หากดำเนินการแล้วเสร็จ ได้ผลเจรจาเป็นที่ยุติให้ถือว่า เป็นการดำเนินการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หมายความว่า คณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน หากไปเจรจาเรียบร้อยต่อขยายสายสีเขียวเหนือ และสายสีเขียวใต้ และเมื่อใช้มาตรา 44 ไปด้วยแล้ว เจรจาแล้ว ให้ยกเว้น ไม่ต้องเข้าเงื่อนไข พ.ร.บ.ร่วมทุน

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อมีการใช้คำสั่งมาตรา 44 ยกเว้นกฎหมาย ไม่ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุน โดยไม่ต้องเปิดประมูล แบบนี้เข้าข่ายไปเอื้อประโยชน์ให้บางบริษัทหรือไม่ นอกจากนี้ในการประชุมสภา กทม. เรื่องการเสนอต่อขยายสายเขียวเหนือ เขียวใต้ออกไป แต่สภา กทม.อนุมัติดำเนินการไม่ได้ เพราะการต่อสัญญาสายเขียวเหนือ ยาวไปถึง จ.ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะใน กทม.

นอกจากนี้ ยังพบว่าก่อนที่นายอุตตม สาวนายน ลาออกจาก รมว.คลัง 1 วัน คือวันที่ 15 ก.ค.63 ได้ทำหนังสือขอถอนเรื่องออกจาก ครม. ขอให้ทบทวน เพราะนายอุตตม ก็กลัวทำผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังทราบอีกว่านายสันติ ได้สอดไส้อะไรบางอย่างหรือไม่ เพราะในวันที่ 16 ก.ค. หลังจากนายอุตตม ลาออก นายสันติที่ต้องทำหน้าที่รักษาการ รมว.คลัง ได้นำเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ในเวลาต่อมา นายสันติ วางยานายปรีดี ส่งเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวเสียบเข้า ครม.ทั้งที่นายอุตตม ได้ทำหนังสือขอทบทวน และขอให้ถอนออกจาก ครม.ไปแล้ว เพราะผิดกฎหมาย มีเรื่อง พ.ร.บ.ร่วมทุน ที่เกี่ยวกับกระทรวงการคลัง แต่นายสันติที่เป็นรัฐมนตรีรักษาการรีบเสียบเข้าที่ประชุม ครม.ทันที ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไรจะนำมาแฉในวันที่ 9 ก.ย.นี้

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า นายปรีดีเข้าประชุม ครม.นัดแรก 13 ส.ค.หลังจากถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว และนัดแรกที่ประชุมมีเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว โผล่เข้าไป ทำให้นายปรีดี ตกใจเพราะเรื่องนี้ ส่อจะเป็นการทำผิดกฎหมาย เลยถอนเรื่องออกจาก ครม.ทันที รวมทั้งนายปรีดีไม่เคยลงนามเรื่องดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกันมีความพยายามจาก บิ๊กรัฐบาล บีบให้นายปรีดี นำเรื่องนี้เข้าไปในที่ประชุม ครม. ทำให้นายปรีดีตัดสินใจลาออก โดยนายสันติต้องตอบให้ได้ การบริหารราชการแผ่นดิน รัฐมนตรีต้องดำเนินตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เปิดเผย รอบครอบต่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนหรือไม่ นายอุตตม ก่อนลาออกได้ทำหนังสือขอให้ถอนเรื่องออกจาก ครม. แต่นายสันติยังมีความพยายามลักไก่นำเข้า ครม. โดยจะนำข้อมูลต่างๆ ไปแฉในสภาฯ

“นายสันติต้องตอบและชี้แจงเรื่องวุฒิการศึกษา เพราะจากคำสั่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ 4 ส.ค.42 ลงโทษให้ออกจากทะเบียนนักศึกษา เนื่องจากนายสันติให้บุคคลอื่นเข้าสอบแทน ปลอมบัตรประจำตัวนักศึกษาและใบอนุญาติขับรถยนต์ตลอดชีพ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรื่องข้อปฏิบัติในการสอบไล่ ที่ผิดวินัยนักศึกษาอย่างร้ายแรง จึงให้ลบชื่อนายสันติออกจากทะเบียนนักศึกษา ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นไป

เรื่องนี้นายสันติต้องชี้แจงว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่ ได้ให้คนอื่นสอบแทนมีการปลอมใบขับขี่รถยนต์จริงหรือไม่ เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ระบุชัดว่า รัฐมนตรีต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี แต่การที่นายสันติ ถ้าถูกไล่ออก ดังนั้นเอาวุฒิอะไรมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของนายสันติด้วย”

นายยุทธพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม 60 ส.ว. มีท่าทีสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงรายมาตราเท่านั้น ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความเห็นหลากหลาย มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการปิดสวิตช์ ส.ว. ขณะนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรครัฐบาล ได้เสนอเข้าที่ประชุมสภา ที่จะมีการพิจารณา 23-24 ก.ย.นี้ เชื่อว่าขณะนี้ ทุกคนพยายามหาทางออกให้ประเทศ

 

ขอบคุณข่าวจาก https://siamrath.co.th/n/180526