ขอนแก่นเดินหน้าลงทะเบียนประชาชนกลุ่มเปราะบางถึงบ้าน

ขอนแก่นเดินหน้าลงทะเบียนประชาชนกลุ่มเปราะบางถึงบ้าน ผู้ว่าฯย้ำชัดมาตรฐานความปลอดภัยจากสถานการณ์โควิด-19 ต้องมาก่อน และลงพื้นที่รับลงทะเบียนให้ครบทุกคนตามระยะเวลาที่กำหนด

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 ก.พ.2564 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำเจ้าหน้าที่ คลังจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น และเจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย นำชุดลงทะเบียนเคลื่อนที่ ลงพื้นที่ที่บ้านนางทองดา มีพร อายุ 87 ปี ชาวชุมชนบะขาม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้สูงอายุในกลุ่มเปราะบาง ที่ไม่สะดวกเดินทางมาลงทะเบียน”เราชนะ”ที่ธนาคารได้ ทำให้คณะทำงานจึงลงพื้นที่เพื่อให้บริการถึงบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกและเข้าถึงกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้อย่างทั่วถึง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของทุกฝ่าย

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า โครงการเราชนะ ป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด 19 โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง หรือ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุพิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเดินทางไปลงทะเบียนเองหรือเดินทางไปใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ที่ได้รับผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตังได้ โดยได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในทุกอำเภอได้ลงพื้นที่สำรวจจำนวนกลุ่มผู้เปราะบาง เบื้องต้นพบว่าทั้งจังหวัดจำนวน 426 คน

“วันนี้ลงพื้นที่เพื่อทดลองและทดสอบระบบการทำงาน ตามระยะเวลาของการให้บริการเคลื่อนที่ตามที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งนางทองดา ถือเป็นรายแรกของจังหวัดที่จะเป็นการนำข้อมูลการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไปให้กับทุกหน่วยงานที่ ซึ่งถือเป็นตัวแทนของภาครัฐที่จะจัดชุดเคลื่อนที่ไปให้บริการประชาชนถึงหมู่บ้าน สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลไปออกแบบวางแผนการลงพื้นที่ในอำเภออื่น โดยจะรวบรวมข้อมูลทั้งเวลาในการทะเบียน ความเสถียรของสัญญาณอินเตอร์เน็ตในแต่ละอำเภอเพื่อใช้ในการสแกนใบหน้า เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์โครงการเราชนะทุกคน ได้รับทราบสถาพปัญหาเพื่อนำข้อมูลใช้ในการอุดช่องว่างปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าต่ออีกว่า ที่ประชุมร่วมคณะทำงานของจังหวัด มีมติในการที่จะนำโครงสร้างของโครงการคู่เสี่ยวเกี่ยวก้อย ซึ่งจะมีกลุ่มข้าราชการ ที่คอยดูแลกลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีอยู่ ในพื้นที่ ทั้ง 26 อำเภอ ได้ระดมกำลังในการค้นหากลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อได้เข้าถึงบริการของรัฐทุกกลุ่ม ทุกคน ตามระยะเวลาที่กำหนด

ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/222020