ชาวขอนแก่นลงทะเบียนขอรับวัคซีนโควิดล็อตแรก 1.4 แสนคน มากที่สุดกลุ่มผู้สูงอายุ คาดฉีดได้มิ.ย.นี้


ชาวขอนแก่นลงทะเบียนขอรับวัคซีนโควิดลอตแรก 140,000 คน มากที่สุดคือกลุ่มผู้สูงอายุ คาดฉีดได้เดือน มิ.ย.นี้ ขณะที่ สสจ.ตั้งมิสเตอร์วัคซีน ประสานงานร่วม สธ.-รพ.ทุกอำเภอ จัดระบบการฉีดวัคซีนอย่างรัดกุม

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 ม.ค.2564 ที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมการสำหรับการรองรับการฉีดวัคซีนให้กับ 6 กลุ่มเสี่ยงตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดนั้น แม้ในลอตแรกที่จะเดินทางมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 24 ก.พ.ซึ่งเป็นวัคซีนของชิโนคแวคนั้น จะเป็นการฉีดให้กับกลุ่มที่กระทรวงสาธารณสุรสุขกำหนด ซึ่งขอนแก่น จัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นวัคซีนของแอสต้าเซเนก้า ที่กำหนดนำส่งถึงประเทศไทยในเดือน มิ.ย. จากนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะกระจายวัคซีนต่างๆไปให้กับจังหวัดต่างๆตามที่ได้มีการลงทะเบียนของรับวัคซีนตามระเบียบทีกระทรวงสาธารณสุขกำหนด

“สสจ.ขอนแก่น ได้มีการตั้งมิสเตอร์วัคซีน 1ท่านในการเป็นผู้รับผิดชอบในการฉีดวัคซีนโดยตรงที่จะรับผิดชอบ 4 ขั้นตอนหลักตามระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งวัคซีนในลอตที่ 2 ของแอสต้าเซเนก้า นั้นจะเดินทางถึงประเทศไทยในเดือน มิ.ย.นั้น จะถูกส่งมอบให้กับพื้นที่จังหวัดต่างๆเพื่อให้ดำเนินการฉีดในพื้นที่ของตนเองตามที่ได้มีการลงทะเบียนมาแล้วใน 6 กลุ่มหลัก ซึ่งขณะนี้พบว่าชาวขอนแก่นได้ขึ้นทะเบียนขอรับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมทั้งหมด 140,000 คน มากที่สุดคือกลุ่มผู้สูงอายุรวมกว่า 60,000 คน โดยที่ชาวขอนแกนจะได้รับการฉีดวัคซีนตามการได้รับการจัดสรรในช่วงเดือน มิ.ย.นี้”

นพ.สมชายโชติ กล่าวต่ออีกว่า การทำงานของมิสเตอร์วัคซีนจะรับผิดชอบใน 4 เรื่องหลัก เริ่มจากการเตรียมสถานที่สำหรับการฉีดวัคซีน ที่ขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยัง รพ.ของรัฐ ในพื้นที่ 26 อำเภอของจังหวัดในการเตรียมพร้อมสำหรับการให้บริการดังกล่าวเพราะ 1 คนต้องใช้เวลาในการฉีดและดูอาการ ซึ่งต้องใช้เวลาในทุกขั้นตอนต่อคนประมาณ 40 นาที รวมไปถึงเตรียมหารือร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลในสังกัดอื่นๆอาทิ มหาวิทยาลัย หรือกองทัพบก ที่หากจะเข้าร่วมเป็นจุดบริการประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล ก็จะต้องมีการตรวจมาตรฐานการให้บริการและการจัดระบบการดำเนินงานที่เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน รวมทั้งในเรื่องของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และจัดลำดับการฉีดวัคซีน เนื่องจากมีจำนวนคนมากถึง 140,000 คน และทุกฝ่ายทำงาน ในสถานการณ์ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องทำงานอย่างรัดกุมและคุมเข้มในทุกมาตรการ รวมทั้งการตรวจติดตามและการประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รับทราบและรับรู้ถึงข้อเท็จจริงในการให้บริการวัคซีนจากรัฐบาลดังกล่าว

ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/222024