มติสภาฯ 246 ขวาง “ก้าวไกล” ดิ้นชงเลื่อนญัตติปม “ขบวนเสด็จ”

วันที่ 1 ธ.ค.64 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล เสนอให้เลื่อนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาฯพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2563 เสนอโดยพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเสนอ ซึ่งกำหนดไว้ในการประชุมวันที่ 2 ธ.ค.นี้ หลังการลงมติในญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งที่ประชุมสภาฯพิจารณาค้างไว้ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ได้มีตัวแทนของส.ส.ฝั่งรัฐบาล คัดค้านและไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องมีการลงมติในการเสนอให้เลื่อนญัตติด่วน ดังกล่าว ทำให้นายชวน ขอให้ผู้ควบคุมเสียงของฝั่งรัฐบาลและฝั่งฝ่ายค้านไปหารือเพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน

โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะตัวแทนวิปรัฐบาล ขอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อตกลงร่วมกันและไม่เสียเวลาที่ประชุม ซึ่งนายชวน อนุญาตให้พักประชุม 10 นาที หลังจากที่เริ่มเข้าสู่การประชุมได้เพียง 9 นาที เท่านั้น

อย่างไรก็ดีหลังพักการประชุมแล้วไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ ทำให้ต้องใช้การลงมติเพื่อตัดสิน
อย่างไรก็ดีในฝั่ง ของส.ส.ก้าวไกลยืนยันขอให้เวลาอภิปรายเพื่อแสดงความเห็นก่อนการลงมติ โดยน.ส.วรรณวรี ชี้แจงว่า สภาฯ ต้องร่วมสืบหาข้อเท็จจริงพื่อให้ความยุติธรรมกับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 111 รวมถึงต้องถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น อีกทั้งหากญัตติดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาจะทำให้ญัตติด่วนอื่นๆที่สำคัญไม่สามาถพิจารณาได้ แม้จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน จะเท่ากับว่าไม่ให้ความสำคัญกับญัตติดังกล่าว

ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล อภิปรายว่า ขอให้ฝ่ายค้านใช้กลไกของวิป เพื่อหารือร่วมกัน และยอมรับกลไกของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่ใช่เสนอเลื่อนโดยไม่บอก หรือใช้กลไกนับองค์ประชุม หรือลงมติเพื่อทำให้ที่ประชุมเสียเวลา ทั้งนี้ตนขอให้ดำเนินการตามระเบียบวาระ ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการควรใช้กลไกของวิปเพื่อทำงานร่วมกัน และเป็นไปตามข้อตกลง

อย่างไรก็ดี ก่อนการลงมติในญัตติที่จะขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระประชุม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนอญัตติให้เปลี่ยนการลงมติจากเดิมที่ต้องกดบัตรออกเสียง เป็นการลงมติโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อทำให้ที่ประชุมต้องตรวจสอบองค์ประชุมและขอมติในญัตติที่จะเปลี่ยนแปลงการลงมติดังกล่าวก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายนิโรธเสนอนั้น ส.ส.ฝั่งรัฐบาล นั่งในห้องประชุมอย่างบางตา สำหรับผลตรวจสอบองค์ประชุมโดยผลการตรวจสอบองค์ประชุม พบว่ามีผู้แสดงตนรวม 269 เสียง และได้ลงมติเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงการลงมติ ด้วยเสียงข้างมาก 219 เสียง ต่อ 49 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง ทำให้ต้องใช้การขานชื่อเพื่อลงมติชี้ขาดในประเด็นการเลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ โดยเริ่มขานการลงมติ เมื่อเวลา 11.20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 24พ.ย.มี่ผ่านมา วิปรัฐบาล ได้ขอเลื่อนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ พิจารณาก่อน ญัตติเรื่องขบวนเสด็จฯ ทำให้ในการประชุมวันนี้ (1 ธ.ค.) ส.ส.พรรคก้าวไกล จึงใช้กติกาขอเลื่อนให้มาพิจารณา

ผลที่ประชุมปรากฎว่าไม่เห็นด้วยให้เลื่อนระเบียบวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาด้วยคะแนน 246 เห็นด้วย 45 คะแนน งดออกเสียง 6 คะแนน รวม 297 คะแนน

 ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/302119