“รองโฆษกพท.” กังขารัฐรีบปิดหัวลำโพงเอื้อใคร แนะเปิดใจลอกแผนฟื้นฟู “ยิ่งลักษณ์” สานต่อได้

 

วันที่ 24 พ.ย.64 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชะลอคำสั่งให้ยุติการเดินรถที่สถานีรถไฟหัวลำโพงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป เพื่อรับฟังความคิดเห็นว่า ที่ผ่านมาประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟไม่เคยรับรู้ล่วงหน้ามาก่อนถึงแผนการยกเลิกวิ่งรถไฟเข้าสู่สถานีหัวลำโพง หากไม่เกิดกระแสต่อต้านและตั้งคำถามของสังคม นายศักดิ์สยามคงเดินหน้าต่อ ทั้งที่ตามแผนแม่บทการพัฒนารถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครระบุไว้ว่าในปี 2568 รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มจากบางซื่อ – หัวลำโพงจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งพอดีกับแผนนำพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพงในเชิงพาณิชย์ซึ่งจะเริ่มขึ้นในปี 2568 เช่นกันด้วย จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายศักดิ์สยามจึงต้องเร่งรีบยกเลิกการเดินรถไฟมายังสถานีรถไฟหัวลำโพง หรือการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่

นายชนินทร์ กล่าวว่า หากนายศักดิ์สยามอ้างว่าที่ต้องการยกเลิกการเดินรถไฟเข้ามายังสถานีรถไฟหัวลำโพงเพื่อจะได้นำที่ดินไปประมูลนำรายได้มาแก้ไขปัญหาหนี้สินการรถไฟแห่งประเทศไทยที่สะสมรวม 6 แสนล้านบาทนั้น ยิ่งเป็นข้ออ้างที่ขาดกระบวนการคิดและไตร่ตรองที่ดีพอ เนื่องจากแนวทางการแก้หนี้ด้วยการนำที่ดินของการรถไฟเพื่อเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลเพื่อเช่าในระยะยาวนั้นมีการดำเนินการมาโดยตลอด ในขณะที่แผนเพิ่มรายได้ให้กับการรถไฟฯที่จัดทำโดยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้ทำโรดแมปไว้แล้วอย่างเป็นระบบโดยที่ยังคงการใช้งานสถานีหัวลำโพงเอาไว้ โดยแผนงานมี 3 ขั้นตอนได้แก่

การยกระดับการบริการพื้นฐาน
ออกแบบการบริการให้ตอบสนองผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น
สร้างรายได้ผ่านธุรกิจบริการใหม่

นอกจากนี้รัฐบาลนายสาวยิ่งลักษณ์ยังได้มอบหมายให้ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ออกแบบแผนงานและปรับปรุงการใช้งานหัวลำโพงเอาไว้ตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้แนวคิด “Service Design” หรือการออกแบบบริการโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนร่วมทั้งระบบ เช่น การปรับปรุงพื้นที่กายภาพอาคาร, ปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานบางส่วน, ปรับเปลี่ยนพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยยังคงอัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไว้ทั้งหมด เพื่อให้หัวลำโพง “ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง แต่เป็นจุดหมายหนึ่งของการท่องเที่ยวด้วย” ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลคิดใหม่ หากจะปรับเปลี่ยนหัวลำโพงควรต้องสร้างชีวิตชีวา (Revitalize) ตามวิถีคนเมือง ไปพร้อมกับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อย่างมีคุณค่าให้กับคนเมืองในปัจจุบัน โดยต้องสร้างรายได้ด้วย

“ในฐานะสถาปนิก ผมรู้สึกเสียดายที่การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ มุ่งเน้นแต่สร้างผลประโยชน์เชิงตัวเลข แต่ลืมฟังเสียงของประชาชน การดำรงไว้ซึ่งคุณค่าของสถานที่ และการออกแบบแนวนโยบายด้วยความคิดสร้างสรรค์ หากรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมมีความจริงใจต่อการพัฒนาประเทศ ผมขอเรียกร้องให้เปิดใจหยิบแผนงานหรือการศึกษาต่างๆของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์มาพัฒนาต่อ มีหลายโครงการที่ไม่ได้ถูกนำมาสานต่อเพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง” นายชนินทร์กล่าว

ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/300277