อย่ามองผ่าน!เจ้าของร้านฝากเป็นอุทาหรณ์ พบชายหญิงมีปากเสียงควรรีบช่วยหรือแจ้งตร.

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 25 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่นนได้มีการเผบแพร่ภาพที่บันทึกได้จากกล้องมือถือที่บันทึกภาพเหตุการณ์ของชายหญิงคู่หนึ่งขับรถเก๋งมาจอดกลางถนนแล้วมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันถึงขั้นฝ่ายชายที่สวมเสื้อเหลือทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิงที่นั่งอยู่ในรถ โดยมีชาวบ้านที่ได้ยินเสียงจากเหตุการณ์ออกมาดูและพยายามจะห้ามไม่ให้ทำร้ายร่างกายกัน โดยชายที่สวมเสื้อเหลืองบอกชาวบ้านที่เข้ามาพยายามช่วยเหลือว่าอย่ามายุ่งเพราะเป็นเรื่องผัวเมีย พร้อมข้อความระบุว่า “สวัสดีค่ะ พอดีได้บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดหน้าร้านไว้ ไม่ว่าผู้หญิงในรถจะเป็นใคร เราว่าคุณไม่ควรต้องทนการถูกทำร้ายทั้งร่างกายแล้วจิตใจแบบนี้นะ ถ้าอยากได้หลักฐานแจ้งความอินบ๊อกมานะคะ มีคลิปนี้จากในมือถือ แล้วก็วงจรปิดหน้าร้านให้ค่ะ นี่พยายามตะโกนช่วยแล้ว แต่ในร้านก็มีแต่ผู้หญิง”

ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ ร้านขายยาอนุชน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 398/1 ม.11 ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพบกับ ภญ. กุณฑิกา อนุชน อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน ซึ่งได้พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบริเวณหน้าร้าน พร้อมกับเปิดคลิปที่ถ่ายเอาไว้จากมือถือให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ร้านเป็นช่วงที่ไม่มีลูกค้า ทุกคนนั่งทำงานอยู่ภายในร้านตามปกติ ก็ได้ยินเสียงกระแทกประตูอยู่หน้าร้านหลายครั้ง ก่อนจะตรวจดูก็พบเห็นชาย-หญิงคู่นี้ทะเลาะกัน จึงพาคุณแม่และคนในร้านออกไปดู ก็เห็นผู้หญิงนั่งอยู่ในรถโดยเปิดกระจกไว้ ส่วนฝ่ายชายก็เริ่มทำร้ายผู้หญิงโดยตบเข้าไปที่หน้าฝ่ายหญิงหลายครั้ง ตัวผู้หญิงเองก็เริ่มร้องขอความช่วยเหลือ

“แม่พยายามบอกว่าอย่าทำรุนแรง ขณะที่ตนเองจึงนำกล้องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ และตะโกนเรียกให้ชาวบ้านในละแวก เข้ามาช่วยกันหลายๆคน เพราะชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งอาจคิดว่าเป็นเรื่องของผัวเมีย ซึ่งพอตนเองตะโกนเสียงดังเรียกให้คนช่วย ก็มีชาวบ้านเริ่มสนใจโดยมีเจ้าของร้านค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้ชายเข้ามาถามชายเสื้อเหลืองว่าทำร้ายผู้หญิงทำไม ซึ่งชายเสื้อเหลืองก็ตะโกนขึ้นมาว่าอย่ามายุ่งเป็นเรื่องในครอบครัว ก่อนจะเริ่มโวยวายหนักว่าอย่ามายุ่งกับกู ตนเองจึงบอกให้พนักงานในร้านรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ประมาณ 10 นาที ตำรวจโทรกลับมาสอบถามว่าชายหญิงคู่ดังกล่าวไปแล้วหรือยัง ซึ่งชายหญิงคู่ดังกล่าวขับรถออกไปแล้ว พร้อมทั้งสอบถามว่าที่ร้านมีอะไรเสียหายหรือไม่ซึ่งตนเองก็บอกว่าไม่มี ทางตำรวจจึงบอกว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากหญิงที่ถูกทำร้ายไม่ได้เข้าแจ้งความ ซึ่งมีชาวบ้านหลายคนถ่ายภาพเอาไว้ บางคนก็เห็นชายหญิงคู่นี้ทะเลาะกันตั้งแต่อยู่ที่ บขส.3 กระทั่งมาจอดรถทะเลาะกันตามคลิป”

ภญ.กุณฑิกา กล่าวต่ออีกว่า การนำคลิปภาพมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียเพื่อต้องการให้ทุกคนตระหนักและไม่คิดว่าเป็นแค่เรื่องในครอบครัว มันคือการทำร้ายร่างกาย ถึงจะเป็นสามีภรรยากัน จดทะเบียนสมรสกันก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ ซึ่งอยากให้ทุกคนคิดแบบบน้ากกว่า ควรจะให้ความสำคัญกับการที่เห็นคนอื่นถูกทำร้ายร่างกายและรีบเข้าไปช่วย แม้ว่าผู้หญิงในคลิปจะไม่ได้เอ่ยปากให้คนช่วยแต่สายตาที่สบตาตนเองนั้นเป็นสายตาที่ต้องการความช่วยเหลือ และกรณีดังกล่าวนั้นหากปล่อยผ่านไปเฉยๆทั้งที่เกิดเหตุต่อหน้าอาจเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงถึงขั้นที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดได้ อยากจะให้มองในจุดนี้มากกว่า และหากหญิงสาวในคลิปต้องการหลักฐานต่างสามารถมาขอที่ร้านตนเองและร้านค้าต่างๆในละแวกนี้ ซึ่งมีหลายคนถ่ายภาพเหตุการณ์เอาไว้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

 ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/223029