จับสึกพระเมาแอ๋ซิ่งเก๋ง ฟุบหลับคาพวงมาลัย

ผู้ใหญ่บ้านสุดทน แจ้งจับสึกพระลูกวัด หลังเมาแอ๋ซิ่งเก๋ง ก่อนหมดสภาพจอดนอนฟุบคาพวงมาลัย

จากกรณีโลกโซเชียลแชร์ภาพพระสงฆ์รูปหนึ่งใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ อยู่ในอากการเมาหมดสภาพฟุบหน้าลับคาพวงมาลัยรถยนต์เก๋งยี่ห้อ เชฟโรเรต 5 ประตู ร้อนถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กูภัยต้องช่วยกันปลุก ก่อนตรวจพบกระป๋องกาแฟและขวดเหล้าจำนวนหนึ่งอยู่ภายในรถ สอบถามได้ความว่า พระรูปดังกล่าวเพิ่งกลับจากดื่มเหล้าที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น แต่เมาหนักไปหน่อยจึงมาจอดงีบข้างทางที่ ต.โอโล ตำรวจจึงนำตัวขึ้นรถสายตรวจแล้วพาไปที่ สภ.ภูเขียว ก่อนที่จะเรียกผู้ใหญ่บ้านโนนดินจี่ ต.โอโล อ.ภูเขียว ให้มารับตัว โดยไม่ได้ลงบันทึกประจำวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด หลังผู้สื่อข่าวทราบเรื่องจึงทำการตรวจสอบจนทราบว่า พระรูปดังกล่าว คือ พระลาวี พุโธ อายุ 50 ปี เป็นพระลูกกวัดจอมศรี ตั้งอยู่หมู่บ้านโนนจี่ หมู่ที่ 5 ต.โอโล อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่าพระอาจารย์ธนาศาล ฐิตะสีโล รักษาการเจ้าอาวาสวัดจอมศรี ทำพิธีสึกให้ พระลาวี ไปแล้วก่อนหน้านี้

สอบถาม นายลาวี หรือ อดีตพระลูกวัดจอมศรี ยอมรับว่า ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมภรรยาและครอบครัวที่หมู่บ้านมน-กระซำยาง ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น จากนั้นได้ไปดูคนงานตัดอ้อยซึ่งซื้อเหล้าสียี่ห้อดังมานั่งดื่มอยู่ที่กระท่อม ตนจึงไปช่วยคนงานตัดอ้อย ก่อนร่วมวงดื่มสุราด้วยกันหลายคน หลังดื่มจนเหมาจึงขับรถเก๋งกลับวัดจอมศรีฯ โดยระหว่างทางดื่มเหล้าเป็นระยะ เมื่อขับรถมาถึงเส้นทางระหว่างบ้านโอโล-บ้านโนนดินจี่ 3 เกิดอาการวูบจึงจอดรถเข้าไหล่ทางก่อนหลับคาพวงมาลัย จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปลุก แต่ตนอยู่ในอาการเมาสุรามากจึงขับรถไม่ไหว ยอมให้เจ้าหน้าที่ควบตัวไปที่ สภ.ภูเขียว ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะมารับตัวกลับวัด

ด้าน นางวิมลมาศ สุภา ผู้ใหญ่บ้านโนนดินจี่ 3 ต.โอโล กล่าวว่า พระรูปดังกล่าวเป็นพระซึ่งบวชมาจากพื้นที่อื่นแล้วมาขอจำวัดอยู่ที่วัดจอมศรี โดยมาอยู่ที่วัดนี้ได้ 5 ปีแล้ว โดยระยะหลังพบว่าพระรูปดังกล่าวไม่คอยปฎิบัติกิจของสงฆ์ และพบว่าหลังจากฉันอาหารเพลแล้ว มักจะขับรถเก๋งออกจากวัดไปหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ตามริมสระน้ำในตัวอำเภอภูเขียว ก่อนที่จะกลับวัดในช่วงเย็น แล้วเข้านอนเก็บตัวเงียบอยู่ภายในกุฎิ จนชาวบ้านเอือมระอาพฤตกรรมดังกล่าว แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะไม่มีหลักฐานว่าพระดื่มสุรา เมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปดูพระรูปดังกล่าว ซึ่งพบว่าอยู่ในอาการมึนเมาจนหมดสภาพ สบงจีวรหลุอลุ่ยนอนหมดสติอยู่บนโรงพัก จึงให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยกันหามขึ้นรถนำตัวมาส่งที่วัด และเมื่อช่วงเช้าได้ให้รักษาการเจ้าอาวาดวัดสึกในที่สุด โดยพระลาวี ยอมรับว่าดื่มเหล้าจนเมามายจริง และยอมสึกแต่โดยดี พร้อมขนข้าวของขึ้นรถเดินทางกลับไปอยู่กับครอบครัวที่ อ.สีชมพู แล้ว