ชายปวดท้อง ไม่ถ่ายนาน 20 วัน หมออึ้งพบอึ 5 กก.เต็มลำไส้ ขยายเกือบถึงหัวใจ

ภาพจาก 中國醫藥大學新竹附設醫院

ชายปวดท้องรุนแรง เหตุไม่ขับถ่ายนาน 20 วันจนทนไม่ไหวเข้าโรงพยาบาล หมออึ้งพบอึ 5 กก.เต็มลำไส้ ขยายเกือบถึงหัวใจ

ตามรายงานของ Ctwant ผู้ป่วยชายวัย 58 ปี จากนครซินจู๋ของไต้หวัน เข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเครือ Hsinchu Affiliated Hospital of China Medical University หลังมีอาการท้องอืดอย่างหนักจนทนไม่ไหว เหตุเกิดจากไม่ได้ขับถ่ายอุจจาระมานาน 20 วัน

เมื่อแพทย์ทำการตรวจสอบทวารหนักเบื้องต้นพบสิ่งผิดปกติกดทับกระดูกเชิงกรานและมีความกังวลว่าอาจจะเป็นเนื้องอกที่ก่อให้เกิดการอุดตัน ทว่าหลังจากทำการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก็ต้องอึ้งสุดขีด เมื่อพบว่าผู้ป่วยมีลำไส้ใหญ่ซิกมอยด์ที่อยู่บริเวณช่องเชิงกรานยาวแตกต่างจากคนทั่วไปถึง 80 เซนติเมตรและเต็มไปด้วยอุจจาระจำนวนมาก น้ำหนักร่วม 5 กิโลกรัมกดทับช่วงอุ้งเชิงกรานขยายไปยังกะบังลม ช่วงอกเกือบถึงหัวใจ

ต่อมาแพทย์ใช้วิธีการสวนด้วยมือ ค่อย ๆ นำอุจจาระตกค้าง 20 วันออกมาทั้งหมด ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น สามารถกลับบ้านได้ในที่สุด ดร.จางจูเฉิง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก กล่าวว่าชายคนดังกล่าวมีสิ่งแปลกปลอมในทางเดินอาหารจากการกินหรือที่เรียกว่าบิวซัวร์ (bezoar ) ขนาด 6 x 6 ซม.

บิซัวร์ดังกล่าวค้างอยู่ที่บริเวณที่รอยต่อของลำไส้ใหญ่และลำไส้ใหญ่ซิกมอยด์ ดังนั้น แพทย์จึงทำได้เพียงใช้นิ้วมือพยายามทุบบิซัวร์เป็นระยะเวลา 10 นาทีเท่านั้น ต่อมาค่อย ๆ ขุดอุจจาระขนาดใหญ่ทั้งหมดออกมา

ภาพจาก 中國醫藥大學新竹附設醫院

ดร.จางจูเฉิงยังกล่าวเสริมว่า ผู้ป่วยบางรายมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ซิกมอยด์ยาวมากเกินไป โดยอธิบายว่า ลำไส้ใหญ่ส่วนซิกมอยด์เป็นส่วนสุดท้ายของลำไส้ใหญ่ ตามด้วยไส้ตรงและทวารหนัก ผู้ป่วยบางรายอาจมีปัจจัยที่มีลำไส้ส่วนนี้ยาวกว่าคนทั่วไปแต่กำเนิด ซึ่งมักไม่มีอาการ แต่อาจทำให้ท้องผูกหรือบิดงอได้

อย่างไรก็ตาม ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายบิดหมุนรอบตัวเอง sigmoid volvulus ทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ใหญ่ เป็นอาการที่ต้องได้รับการรักษาฉุกเฉิน หากมีปัญหาใด ๆ ให้ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและการตรวจจากแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อแยกแยะอาการท้องผูกหรือเนื้องอกอุดตัน ซึ่งนิ้วของแพทย์อาจเป็นตัวช่วยที่ดี

นอกจากนี้ ดร.จางจูเฉิงชี้ว่าอาการท้องผูกเป็นปัญหาหนักใจที่พบได้บ่อยมาก พร้อมแนะนำให้บริโภคผัก ผลไม้ ไฟเบอร์ น้ำ และการออกกำลังกายมากขึ้นเพื่อให้อาการท้องผูกดีขึ้น

 

 

ขอบคุณข่าวจาก    https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_6957679