“บิ๊กตู่”​ ย้ำไม่เป็นศัตรู​กับใคร​ แต่ใครทำร้ายแผ่นดินนี้ไม่ได้   ขอทำหน้าที่ ในวาระให้ดีที่สุด

“บิ๊กตู่”​ ย้ำไม่เป็นศัตรู​กับใคร​ แต่ใครทำร้ายแผ่นดินนี้ไม่ได้​ ขอ​ช่วยกันดูแล ​บอก​พร้อมทำให้ตามกฎหมาย​ บอก​ ห่วงประชาชน​ แต่ประชาชนต้องห่วงตนเช่นกัน​  ขอทำหน้าที่ ในวาระให้ดีที่สุด

วันที่ 4 ส.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ นายชัยวุฒิ​ ธนาคมานุสรณ์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​  นายวราวุธ​ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี​

โดยภารกิจในช่วงบ่ายเป็นการตรวจการก่อสร้างโครงการ​ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอารยธรรมทวารวดี​ เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว ปรับปรุงภูมิทัศน์ท่าเทียบเรือโดยจัดสร้างจุดชมวิว Sky Walk บริเวณริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่​ โดยด้านบนจะสามารถมองเห็นการบรรจบกันระหว่างแม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแม่กลอง

โดยนายกรัฐมนตรี​ ระบุว่า​  ตนดีใจและซาบซึ้งใจในความสำเร็จ ตนมาหลายครั้งตั้งแต่เป็นแม่ทัพผบ. ทบ.ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงมากมาย แปลกหูแปลกตาไปมากพอสมควร​ ซึ่งขอยินดีกับทุกคน ด้วยใจจริง สิ่งที่ตนมาในวันนี้มีหลายประการ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้อุปโภคบริโภค เมื่อเช้าตนได้เดินทางไปดู เรื่องน้ำบาดาลซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อดูแลประชาชนไม่มีการขาดแคลนน้ำเช่นเดิมได้มากพอสมควร​ ซึ่งยืนยันว่าจะทำต่อไป วันนี้เห็นประชาชนมารับเยอะๆตนก็รู้สึกตื้นตันพูดอะไรไม่ค่อยออก นี่คือประเทศไทยคือคนไทย ที่เราจะต้องพร้อมกันร่วมมือสมัครสมานสามัคคี ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพและเดินหน้าไปข้างหน้าได้​

สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี​ มีเนื้อที่ในการเพาะปลูกกว่าล้านไร่ มีเนื้อที่ที่อยู่ในพื้นที่ชลประทานไม่ถึง 1 ใน 3 ซึ่งต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ในการปลูกพืชรายปี พืชตามฤดูกาลพอจะมีน้ำในการทำการเกษตรได้บ้าง ซึ่งตนพยายามจะทำทุกทางวันนี้ที่ตนมา จริงๆแล้วอยากมาทั้งคณะ เพราะที่ผ่านมาก็มาประชุมที่นี่โครงการหลายโครงการก็นำเข้าสู่การอนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และเป็นผลงานของคณะรัฐมนตรีทั้งหมด เป็นการทำงานที่คณะรัฐมนตรีได้กลั่นกรองพิจารณาในที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาถึงช่วงนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวเป็นมุกว่า “มีอธิบดีเดินทางมาด้วยหรือไม่​ ทำ​​ไมนั่งนิ่ง​ หากไม่มีอธิบดีก็จะได้ปลดไปเลย แหย่กันเล่นเป็นธรรมดา​ ตนไม่มีอะไรอยู่แล้ว วันนี้ตนมีความสุขตั้งแต่เช้าแล้ว เห็นตั้งแต่เข้ามามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย จังหวัดกาญจนบุรี ถือว่าดีเป็นดินแดนแห่งประวัติศาสตร์หลายอย่างตั้งแต่อดีต ที่เราพิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ได้ด้วยพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันรวมความไปถึงสงครามโลกที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด ถือเป็นดินแดนประวัติศาสตร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่สืบทอดความเจริญเติบโตมา

รัฐบาลยินดี และรัฐบาลจะพยายามดูแลทั้งจังหวัด 77 จังหวัด  และจะทำอย่างเต็มที่ให้ทุกจังหวัดได้รับการพัฒนาและเติบโตวันนี้ตนได้มาได้คุยกับบรรดาส.ส.หลายอย่าง ซึ่งตนก็รับเรื่องไปพิจารณา อีกไม่นานนักคือถนนสายกรุงเทพฯ – กาญจนบุรีน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2565 แต่ติดเรื่องของการเวนคืนที่ดินและการเยียวยา คาดการณ์ว่าในปี 2566 น่าจะเรียบร้อยแล้วจะทำให้เร็วที่สุด แล้วก็รับเส้นใหม่มาอีก 1 เส้นคือเส้นสังขละบุรี เพิ่งได้รับเรื่องไปพิจารณา

นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดีทำกินของคทช. ซึ่งจะดำเนินการให้ต่อเนื่องอะไรทำได้ตนยืนยันว่าจะทำให้ ตนก็หวงประชาชนประชาชนก็ต้องห่วง​ ตนเหมือนกันทำอะไรผิดมากๆก็ไม่ได้ต้องรักษากติกา​ อะไรทำได้ก็ทำให้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีปัญหาเรื่องการปักเสาไฟเดินสายไฟ ซึ่งต้องดูว่าเขาเจ้าของที่ไม่อนุญาตแล้วจะทำอย่างไรรับไปทั้งหมด​ นี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีไม่เคยหยุดคิดตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา​ ทั้งหมดที่ทำมา 8 ปีเห็นเป็นรูปเป็นร่าง​ หากทำต่อมันก็เป็นของมันเรื่อยๆทุกอย่างก็เหมือนเส้นเลือดในตัวคนตัวมนุษย์มีเยื่อใย

ตนอยากจะบอกว่า​ จิตใจของนายกรัฐมนตรี​ รัฐมนตรีทุกคนที่เป็นข้าราชการเป็นจิตใจเดียวกัน​ ต่างคนต่างเข้าใจกัน​ ก็ไม่มีปัญหาจะได้เดินหน้าต่อไปได้ ทั้งหมดที่สำเร็จในวันนี้ไม่ใช่ตนคนเดียว​ เพราะพวกเราทุกคนประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการยินยอมพร้อมใจให้ทำโครงการซึ่งต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็น หากตนกำหนดอะไรมาแล้วไม่ผ่านความเห็นชอบเข้าไปไม่ได้อยู่ดี อย่างน้อยวันนี้เราก็เห็นภูมิใจหลายอย่างที่เกิดขึ้น

ขณะการแก้ไขปัญหาโควิด​ 19 รัฐบาลทำอย่างเต็มที่ทำอย่างไรควบคู่การเดินหน้าของเศรษฐกิจไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่ายและยอมรับว่าได้รับทำได้ดีกว่าหลายประเทศแต่จะทำให้ถูกใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ วันนี้ก็ต้องทำให้ทั้งเรื่องสุขภาพและเศรษฐกิจสมดุลกัน หากไม่เปิดประเทศเลยทุกอย่างก็จะไปหมดตกงานกันเป็นแถว ซึ่งก็ต้องเปิดอย่างยอมรับความเสี่ยงร่วมกัน​ โดนตำหนิบ้างอะไรบ้างเราก็รับได้แต่เราก็ไม่ได้น้อยหน้าประเทศอื่น

ตนรับความคิดเห็นทุกเรื่องทั้งคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่รุ่นกลางจะทำอย่างไร นายกฯสั่งคนเดียวเอาโน่นเอานี่คงไม่ได้การบริหารราชการแผ่นดิน ต้องเข้าใจแล้วพยายามทำอย่างเต็มที่ รวมไปถึงมีคนเสนออยากให้นายกรัฐมนตรีกาญจนบุรี เป็นอุตสาหกรรมไมซ์  ตนด็รับไป​

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้แนะนำส.ส. ให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับระบุว่าวันนี้เป็นคนที่เอาข้อมูลมาหารือต่อตนก็รับฟัง ทุกอย่างตนรับมาหมดแล้ว

” ขอบคุณพล.อ.สมชาย​ วิษณุวงเขต 1 พรรคพลังประชารัฐ เป็นลูกพี่ผมเก่า”  ก่อนที่จะถอนหายใจและระบุว่าอยากว่ายน้ำ “ผมชอบเล่นน้ำว่ายน้ำตอนเด็กๆ เพราะไม่ค่อยได้ไปไหนอะไรเท่าไหร่  ไปคนเดียวไม่ได้เดี๋ยวนี้”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนยังไม่เห็นผักตบชวาสักต้นเก็บไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ตอนขึ้นฮ.มาก็เห็นอยู่ว่าตรงโน้นเยอะอยู่​ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา พวกนี้จะอยู่ใกล้ๆฝั่งให้เก็บบนฝั่งไปก่อนแล้วจะไม่ลงมาข้างล่าง ตนรู้ว่าทุกคนทำเต็มที่แล้ว หน้าบ้านทุกคนคือบ้านของหน้าบ้านของประเทศ บ้านเราหากสะอาดแต่หน้าบ้านก็คงอยู่ไม่สบายต้องทำหน้าบ้านหลังบ้านให้สะอาด ซึ่งเป็นภาพรวมที่เราต้องร่วมมือกัน พร้อมกับระบุว่า ตนจะขอทำในวาระ ที่ตนทำหน้าที่อยู่ ให้ดีที่สุด

โดยนายกรัฐมนตรี​ยังฝาก ข้าราชการ​ ส.ส ให้ทำหน้าที่เพื่อประชาชนเวลาไม่เคยรอคอยท่าใคร ทุ่มเททำงานเพื่อร่วมกันพัฒนา จังหวัดกาญจนบุรีและประเทศชาติของเราให้เดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง​ ขอให้ทุกคนมีจิตเป็นกุศล ให้สิ่งเหล่านี้จัดเป็นสิ่งตอบแทนไม่มากก็น้อยตนคิดอย่างนี้พยายามทำทุกอย่างมีทั้งง่ายทั้งยาก แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ทุกอย่างเรามีโอกาสแล้วอย่าทิ้งโอกาสอย่าทำลายโอกาสของพวกเรากันเองโดยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ขอให้เข้าใจด้วยว่าวันนี้ต้องระมัดระวังในเรื่องของการใช้ชีวิตใช้เงินทองอยู่เหมือนกัน ทุกคนก็ทราบดีว่าไม่ใช่ปัญหาที่เราที่ประเทศเรา ที่ต้องเจอทั้งโควิดและสงคราม พรุ่งนี้ส่งผลอย่างมากมีห่วงโซ่เพราะต้องมีการคบค้าสมาคมกับเศรษฐกิจกับหลายกลุ่ม

เราอยู่ในห่วงโซ่ของเขาอย่างไรก็ต้องเจอแต่ก็ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด ขอให้ประชาชนช่วยกันดูแล ระมัดระวังในการใช้จ่ายครอบครัว รัฐบาลอะไรให้ได้ก็ทำให้ ก็ดูแลตามงบประมาณที่มีอยู่เพื่อไม่ให้สร้างปัญหาในวันหน้า และตนยืนยันว่าสถานะการเงินการคลังของเราอย่างแข็งแกร่ง และมีขีดความสามารถในการดูแลปัญหาหนี้ต่างๆตามแผน ตามระบบการเงินการคลังของประเทศซึ่งดีกว่าหลายประเทศในโลก และมั่นใจว่า โอกาสยังมีอีกเยอะหากพวกเราเดินหน้าไปด้วยกันก้าวไปด้วยกัน ตนว่าเราเอาชนะได้ทั้งโลกทุกเรื่อง ตนขอแค่นั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือสังคมครอบครัวพ่อแม่ลูก นี่คือสังคมไม่มีประเทศไหนในโลกเหมือนกับเรารักษาสิ่งนี้เอาไว้เถอะครับ ทุกอย่างมาจากสังคมครอบครัวทั้งสิ้น อะไรเราก็ทิ้งกันไม่ได้อยู่แล้วด้วยสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือประเทศไทยของพวกเราทุกคน

โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินพบปะถ่ายรูปกับประชาชนได้มีการกล่าวสั้นๆว่า​ “ผมไม่มีอะไรกับใคร ผมไม่เป็นศัตรู​กับใครทั้งสิ้น​ แต่ ใครทำร้ายแผ่นดินนี้ไม่ได้​ ขอให้ช่วยกันดูแลประเทศชาตินะ”  จากนั้นนายกฯ และคณะได้เดินชม Sky Walk พร้อมกับถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่บรรยากาศบริเวณจุดสกายวอล์ค ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมาถึง มีการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ ทหาร​ทั้งในและนอกเครื่องแบบ​ ทั้งทางบกและทางน้ำ มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือ กระจายยังจุดต่างๆตามอาคาร รวมไปถึงมีการคัดกรองคนเข้าออกตรวจอาวุธ และมีการปิดเส้นทางเข้าออกโดยรอบอีกด้วย​ มีการวิทยุให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถจักรยานยนต์​โดยละเอียด​ และห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด​ พร้อมกับตั้งสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่แยกท่าม่วง

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก    https://siamrath.co.th/n/370858