“บิ๊กตู่” ลงพื้นที่คลองจั่น -บางกะปิ ลั่นเพื่ออนาคต ชี้ ทุกคนต้องรู้ประวัติศาสตร์ “ส.ส.โอ๋” พปชร.ยันไม่ได้คุยการเมือง

เมื่อเวลา14.13 น.วันที่ 21 พ.ย. 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลลงพื้นที่ย่านบางกะปิ โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้ามีเพียงฝ่ายเสธ.คนสนิทและทีม รักษาความปลอดภัย

ทั้งนี้นายกฯ ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่สนามกีฬาเคหะคลองจั่น ซึ่งใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยนายกฯถอดสูทสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแลคสีดำเดินทักทายประชาชนและชู 2 นิ้วแสดงสัญลักษณ์สู้ๆ ถ่ายภาพร่วมกับประชาชน

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่ว่า วันนี้เราคิดถึงปัจจุบันเพื่ออนาคต ซึ่งต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน วันนี้เราอยู่ตรงกลางคือปัจจุบันระหว่างประวัติศาสตร์และส่ิงที่ทำใหม่ให้ดีขึ้น ตอนนี้ทำปัจจุบันให้ทุกคนมีความสุข อนาคตคือการลงทุนต่างๆ รองรับการเจริญเติบโตของประเทศ ของบ้านเมือง ของคน นี่คือประโยชน์ จากการพูดคุยในเวทีระดับประชาคมโลก ซึ่งเขาจะมาลงทุนอีกหลายแสนล้านบาท ทั้งนี้ในการประชุมเอเปคที่ผ่านมาเป็นการประชุมที่มีข้อตกลงซึ่งกันและกัน ถ้าไม่ตกลงก็เดินหน้าไม่ได้ ลงทุนอะไรไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายของแต่ละประเทศที่ต้องสอดคล้องกัน ส่วนหนึ่งทำเพื่อเราที่อยู่วันนี้ ส่วนหนึ่งทำไว้ให้อนาคตลูกหลานวันข้างหน้า ถ้าวันข้างหน้าเราย้อนกลับมาดู นี่คือประวัติศาสตร์ที่ทำร่วมกันมาจนสำเร็จ ถ้าเราไม่อยู่ ลูกหลานก็อยู่ อดีต ปัจจุบัน อนาคต อย่าลืมประวัติศาสตร์ ถ้าเราไม่รู้จักประวัติศาสตร์ของเราแล้ว เราจะไม่รู้ว่าจะรักประเทศไทยได้อย่างไร ไม่รู้ว่าจะรักชุมชน รักพื้นที่ของเราได้อย่างไร เราต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์

นอกจากพบปะคณะทำงานร่วมฯและพี่น้องประชาชนภายในเคหะคลองจั่นแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังได้เดินเยี่ยมตรวจสนามกีฬาคลองจั่น และได้พบปะน้องๆที่มาฝึกซ้อมฟุตบอลในช่วงหลังเลิกเรียนอีกด้วยค่ะ#เดินหน้าทำงาน”

น.ส.ฐิติภัสร์ ยังให้สัมภาษณ์ว่า​ การลงพื้นที่ของนายกฯ ไม่ได้มีการแจ้งตนล่วงหน้า ซึ่งตนได้ประชุมกับชาวบ้านในพื้นที่การเคหะฯอยู่แล้ว จึงทราบว่านายกฯมาลงพื้นที่จึงออกไปตอนรับ โดยนายกฯได้เยี่ยมชมสนามกีฬาการเคหะแห่งชาติคลองจั่น เป็นต้นแบบในการร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน

น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ยืนยันนายกฯไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมือง หรือทาบทามไปอยู่พรรคร่วมไทยสร้างชาติตามที่มีกระแสขาวว่า นายกฯ จะไปเป็นประธานที่ปรึกษาพรรครวมไทยสร้างชาติ และขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคณะทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่อย่างใด ส่วนตัวเองยังไม่ได้ตัดสินใจอนาคตทางการเมืองว่า จะอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ   โดยขณะนี้ยังตั้งมั่นแน่วแน่ทำหน้าที่ ส.ส. เพื่อประชาชน

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า น.ส.ฐิติภัสร์ ส.ส. กทม. เขต 13 บางปะปิ-วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ เป็น 1 ใน 3 ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ที่มีข่าวจะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ โดยอีก 2 คนคือน.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. เขต 4 เขตวัฒนา เขตคลองเตย และน.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ เขต 6 เขตพญาไท-ราชเทวี-จตุจักร

อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมเอเปคเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ถูกจับตาท่าทีทางการเมือง เนื่องจากก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุว่าจะให้คำตอบอนาคตทางการเมืองหลังจบการประชุมเอเปค รวมถึงกรณีนายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า “ด่วน 21 พฤศจิกายน 65 หลังเอเปก เขาว่า เป็นวันฤกษ์ดี จะมี vip สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย!!!

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ วันเดียวกันนี้ได้เดินทางไปร่วมประชุมที่ทำการพรรค ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าวันที่ 21 พ.ย.จะมีวีไอพีเดินทางเข้าสมัครสมาชิกพรรคนั้น ปรากฎว่ายังไม่มีแต่อย่างใด ขณะเดียวกันงานของนายพีระพันธุ์ที่จะต้องพบปะกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เลื่อนออกไป เพื่อเลี่ยงการเชื่อมโยงทางการเมือง และให้เห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก      https://siamrath.co.th/n/401281