“รมว.พาณิชย์”ให้”กรมการค้าภายใน” ดูราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

จากรณีผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 5 ยี่ห้อ ได้แก่ มาม่า ซื่อสัตย์ ไวไว ยำยำ และ นิชชิน รวมตัวเข้าชี้แจงต้นทุนต่อกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ วันนี้ หลังไม่ได้รับการอนุมัติให้ขยับขึ้นราคายาวนาน 15 ปี ชี้ต้นทุนการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพิ่มมากกว่าซองละ 1 บาท โดยเฉพาะแป้งสาลี และน้ำมันปาล์ม ราคาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว ไม่รวมวัตถุดิบการเกษตร เช่น หอม กระเทียม พริก ราคาขึ้น 8-35% ส่วนบรรจุภัณฑ์ราคาก็เพิ่มไปแล้วกว่า 12-15% และยังมีแน้วโน้มว่าราคาวัตถุดิบทุกอย่างจะปรับเพิ่มขึ้นอีก รวมถึงค่าแรงขั้นต่ำก็เตรียมขยับขึ้นอีก 5-8% ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนหนักอึ้ง โดยวันนี้จะขอให้กรมการค้าภายใน พิจารณาให้ปรับราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้นได้ซองละ 2 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายจากซองละ 6 บาท เป็นซองละ 8 บาท ขีดเส้นขอทราบผลภายใน 3-4 วัน ซึ่งหากกรมการค้าภายในยังประวิงเวลา ไม่ยอมให้ปรับราคาขาย ผู้ผลิตคงต้องหันปรับสัดส่วนการส่งออกไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น จาก 25-50% เป็น 40-70% เนื่องจากต่างประเทศไม่มีการควบคุมราคาเหมือนในประเทศไทย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไม่ได้มีการปรับราคามา 14 ปี และผู้ประกอบการเคยขอปรับราคามาแล้ว แต่กรมการค้าภายในยังไม่อนุญาต เพราะต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาขนด้วย ส่วนที่ผู้ประกอบการขอขึ้นราคาเป็นซองละ 8 บาท มองว่ามากเกินไป เพราะกระทบผู้มีรายได้น้อย จึงได้ให้กรมการค้าภายใน พิจารณาต้นทุนการผลิตอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้กระทบทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่วนจะมีโอกาสพบกันครึ่งทางปรับขึ้น 1 บาท จะเป็นไปได้หรือไม่นั้น ตอบไม่ได้ เป็นหน้าที่ของกรมการค้าภายใน ที่จะพิจารณาโครงสร้างราคาและวัตถุดิบที่ปรับขึ้นราคาเช่นกัน

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก    https://siamrath.co.th/n/374098