รัฐสภาล่มอีก!! “พปชร.จับมือ พท.” โดดประชุม “ชวน” สุดอึดนั่งบัลลังก์เช็คลงมติร่วมชั่วโมง

รัฐสภาล่มอีก!!  “พปชร จับมือ พท.” โดดประชุม “ชวน”สุดอึดนั่งบัลลังก์เชคลงมติร่วมชั่วโมง ยกธรรมะทั้งสอน ทั้งสั่งร่วมกันรับผิดชอบหน้าที่ เตือนสภาไม่มีความลับ ขู่ระวังเจอคู่แข่งโจมตีในสนามเลือกตั้ง ด้านส.ว.จี้ยุบสภา-ฟันจริยธรรมกลุ่มจงใจให้สภาล่ม  ส่งผลล่มแล้ว 3 ครั้ง

วันที่ 3 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้เริ่มขึ้นเวลา 10.00 น. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ… ที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ พบว่าการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวได้เป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีการอภิปรายจากสมาชิกรัฐสภา รวมถึงกรรมาธิการที่สงวนคำแปรญัตติไว้ทุกมาตรา และยังมีปัญหาเรื่ององค์ประชุมที่ทำให้ต้องใช้เวลารอองค์ประชุมครบจำนวน คือ เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา 364 จากทั้งหมด 727 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปรากฎว่าบรรยากาศในที่ประชุมยังคงมีสภาพไม่ต่างไปจากเมื่อวาน(2 ส.ค.) ที่มีสมาชิกมาร่วมประชุมบางตา โดยมีรายงานข่าวว่า ได้มีการแจ้งกับส.ส.พรรคแกนนำรัฐบาลว่าไม่ต้องแสดงตนเวลานับองค์ประชุม ขณะที่บางส่วนก็มาเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมและเดินทางกลับไป ขณะที่การลงคะแนนในแต่ละมาตราก็เป็นไปอย่างล่าช้า และหมิ่นเหม่ที่จะไม่ครบองค์ประชุม จนนายชวนถึงกลับขอร้องให้ส.ส.ไปตามเพื่อนๆมาลงคะแนนด้วย  ถึงจะมีผู้เสนอให้พักการประชุม แต่ตนจะรอไปเรื่อยๆจนกว่าสมาชิกจะครบ  และเชื่อว่าในห้องประชุมตอนนี้ยังมีผู้ที่ไม่ยอมเสียบบัตรแสดงตน ขอให้ช่วยกันเสียบบัตรแสดงตนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนี้นายชวน นั่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมได้ถอนหายใจเฮือก ด้วยความหนักใจ พร้อมกับกล่าวว่าสมัยก่อนสภาจะประชุมที่พระที่นังอนันตสมาคม เทคโนโลยียังไม่พัฒนา สมาชิกทุกคนที่อยู่ภายในห้องถือเป็นองค์ประชุม เราใช้วิธียกมือไม่มีกดการบัตร มีแค่ 219 คนถือว่าน้อย ทั้งหมดอยู่ที่พวกเรา ถึงอย่างไรก็ต้องขอชื่นชม ทุกครั้งแม้จะได้เสียงข้างมาก บางทีแม้จะเกินมา2-3 คน แต่ก็ยังเป้นการแสดงความรับผิดชอบที่ยังดีอยู่ การจะทำให้ถาพเราเป้นลบอยู่ที่ว่าเราจะ หน้าที่ของเราอย่างไร อยู่กันมา 3 ปีกว่า วันนี้ก็มีส่วนประคับประคองให้ระบอบประชาธิปไตยของเราไปได้โดยสภานี้ทำหน้าที่ตัวเอง

“ผมขอชื่นชมทุกคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีเท่าที่จะทำได้ ไม่ละเลย  ซึ่งหน้าที่ของเราคือประชุมและลงมติ สิ่งที่สำคัญ ผมไม่หวังว่าจะได้ร้อยทั้งร้อย จากการที่เกินมากึ่งหนึ่งมาสองคน ห้าคน ผมก็ชื่นชมแล้ว เพราะทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวเรา บางคนอยากให้ประกาศชื่อคนที่กดบัตร คนที่แสดงตน ผมว่ามันไม่มีความลับ มันจะเป็นเอกสารอยู่ในสภา ซึ่งผมกล่าวด้วยความหวังดี เพราะเคยอยู่ในสภามาแล้ว ชื่อเราจะไปปรากฎตอนหาเสียงในเขตเลือกตั้งของเรา บางคนคู่ต่อสู้เขาเอาไปประจานเลยว่าระหว่างประชุมไม่เข้าสภา  ไม่รับผิดชอบ ในฐานะที่ผมเคยผ่านกระบวนการนั้นมาก็ขอเตือนว่า วันนี้ไม่เกิดวันหน้าก็อาจจะเกิด เพราะเป็นรื่องของระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิไปเปิดเผยข้อมูล เพราะในสภาไม่เป็นความลับ ใครพูดอะไร ใครทำอะไรก็เป็นเรื่องที่เปิดเผย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันการประชุมและลงมติแต่ละมาตราใช้เวลาเนิ่นนาน จนกระทั้งถึงช่วงบ่ายนายวิรัตน์ วรศสิริน  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้ถามนายชวนระหว่างที่รอให้เพื่อนสมาชิกมาลงคะแนน ว่าตนขอความรู้หน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนเป็นส.ส.ใหม่ไม่เข้าใจ ซึ่งนายชวนกล่าวว่า ตนก็อยากถามกลับว่ามันเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็เราทำหน้าที่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์เป็นเกียรติ์ “ถ้าถือคำพระะ ผมขอยกธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่ก็คือธรรมมะ  เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดไม่ต้องไปบ่นอะไร เวลาเป็นของมีค่าไม่ย้อนกลับอีกแล้ว  ผมไม่เอาปัญหาบางเรื่องมาลบล้างความดีงามต่อภาระกิจพวกเราที่ทำ”นายชวนกล่าวพร้อมย้ำว่าส.ส.ที่มาลงคะแนนแล้วอย่ากลับนะครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดทั้งวันการประชุมเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการรอสมาชิกมาลงคะแนนชนอดต้องคอยนับถอยหลังจากว่าจะครบองค์ประชุมก่อนที่จะลงคะแนน จนนายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  กล่าวว่ายกนี้ระหว่างท่านประธานกับสมาชิกใครจะอึดกว่ากัน นายชวนกล่าวตอบว่าเราไม่มีแตกต่างกัน ตนชื่นชมและรู้ว่าท่านอดทนที่ฟังเพื่อนพูดชี้แจง และอดทนรอให้มาลงคะแนน ซึ่งไม่มีเหตุผลเท่าที่ในการต้องรอมากขนาดนี้ ตนก็อดทนร่วมกันท่านเพราะไม่อยากให้ใครประนามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของสภา ตนต้องการปกป้องสภาและพวกเรา จึงขอให้สมาชิกอดทนจนถึงที่สุด จนคนที่ไม่เข้ามาต้องเข้ามา พวกเราไปชวนมาหน่อย มันไม่ใช่เวลาอาหาร เพิ่งบ่าย3 เท่านั้น

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ส.ว. เสนอว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้ตนว่ายุบสภาไปเลยดีกว่า ทำให้นางอมรัตน์ โชคปมิตตกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สมาชิกรัฐสภา   ลุกขึ้นกล่าวสวนว่า หากจะให้ยุบสภา ตนขอเสนอให้ยุบวุฒิสภาก่อน ทำให้นายชวนรีบกล่าวตัดบทว่าไม่มีใครยุบใครทั้งนั้นครับ

นายสมชาย  แสวงการ ส.ว. ขอปรึกษาว่า การพิจารณาวาระ ร่างแก้ไขพรป.เลือกตั้งว่าด้วยส.ส.ที่รอพิจารณาต่อจากวาระนี้จะดำเนินการอย่างไร เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาเรื่องวันประชุมรัฐสภา เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการบรรจุวาระในวันที่9-10 ส.ค. แต่ทราบมาว่าทางวุฒิสภาจะมีการประชุมนัดพิเศษในวันที่9 ส.ค. ซึ่งนายชวนกล่าวว่า การประชุมในวันดังกล่าวเป้นการคาดการณ์ซึ่งก็ได้รับแจ้งจากทางวุฒิมาเช่นนั้นเหมือนกัน โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการหารือของวิป3 ฝ่ายอีกครั้งหนึ่งว่าจะได้ข้อสรุปอีกครั้ง

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.กล่าวด้วยว่า  ก่อนหน้านี้ในสมัยรัฐบาลนายชวนเคยมีระเบียบว่าด้วยการบริหารราชการที่ดีหรือหลักธรรมภิบาล หนึ่งในนั้นคือเรื่องความรับผิดชอบ และยกระดับมาเป็นพระราชกิจฏีกาใช้มาจนถึงปัจจุบัน ตนเชื่อว่ามีบางปัญหากำลังเกิดขึ้นในสภาของเรา น่าจะมีหลายวิธีในการแก้ปัญหา เมื่อมีการทำให้การประชุมเดินต่อไปไม่ได้ ตนหารือว่าจะเป็นเรื่องการขาดความรับผิดชอบ และขาดจริยธรรม การเป็นส.ส. ส.ว.หรือไม่  หากสภาเดินต่อไม่ได้โดยที่ไม่ครบองค์ประชุม ความรับผิดชอบของคนที่ไม่เขาประชุมอยู่ตรงไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในห้องประชุมในส่วนที่นั่งของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ มีสมาชิกบางตาเหลือไม่ถึง10 คน  ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีอยู่ประมาณ 20 คน ส่วนที่ยังร่วมประชุมอย่างหนาแน่นล้วนเป็นส.ส.จากพรรคก้าวไกล  ภูมิใจไทย รวมถึงส.ว. ด้วย อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้าที่ประชุมพิจารณามาตราต้นๆ ยังคงมีส.ส.นั่งร่วมประชุมอยู่จำนวนมาก จนมาถึงมาตรา 8 ในช่วงบ่าย ได้มีแกนนำบางพรรคการเมืองเดินล็อบบี้ให้ส.ส.กลุ่มตัวเองออกจากห้องประชุมไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รอองค์ประชุมมาเกือบ1ชั่วโมง นายชวนกล่าวว่าตนจะขีดเส้นรอสมาชิกจนถึงเวลา 17.00 น. หากยังไม่ครบก็คงต้องปิดประชุม  แต่ตนอยากให้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะมีประโยชน์กับประชาชนอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลาตามที่นายชวนกำหนดก็ยังขาดสมาชิกอีก7 คน ทำให้นายชวนได้กล่าวว่าขฯะนี้มีสมาชิก357 คน แต่เมื่อตกลงกับสมาชิกไว้ว่าจะรอตนใช้เวลารอสำหรับมาตรานี้53 นาที  ต้องขอบคุณทุกคนที่อดทนรอคอยเมื่อไม่องค์ประชุมไม่ครบก็จำเป็นต้องจบลงเพียงเท่านี้ หากผลการประชุมวิป3 ฝ่ายเป็นอย่างไรจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง  จากนั้นได้สั้งปิดประชุมเมื่อเวลา 15.05 น.

สำหรับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นร่างกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ที่ต้องกำหนดระยะเวลาดำเนินงานทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า มีสาระรวมทั้งสิ้น 12 มาตรา มีบทบัญญัติกำหนดให้ 9หน่วยงาน คือ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม, กรมพระธรรมนูญ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), ศาล , องค์กรอัการ และ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา กำหนดระพิจารณาในขั้นตอนต่างๆ พร้อมกำหนดรายละเอียด อาทิ ให้มีการดำเนินการทางวินัย กับเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม หากทำงานล่าช้าเกินสมควรแก่เหตุและไม่มีเหตุสมควร พร้อมให้มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือวิธีอื่นที่ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลโดยสะดวก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการปิดประชุมเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบในการประชุมรัฐสภานั้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3  โดยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 5 ก.ค. ระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่…) พ.ศ…  วาระสอง, ครั้งสอง วันที่ 27 ก.ค. ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย วาระสอง และ ครั้งที่สาม วันที่ 3 ส.ค.ระหว่างพิจารณาร่างพ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ…

 

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก      https://siamrath.co.th/n/370593