“อนุทิน” แจงสธ.สนับสนุน กทม.แก้โควิด ยันไร้ขัดแย้ง แจงเลื่อนยกเลิกยูเซป เพื่อความมั่นคงด้านสาธารณสุข ไม่ใช่ตีตก

เมื่อเวลา09.30 น. วันที่ 23 ก.พ.65 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวก่อนการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด 19 (ศบค.) ถึงกรณีมติครม.ชะลอคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขให้ยกเลิกยูเซปออกไปก่อนว่า เป็นเพราะเราต้องการรักษาระบบความมั่นคงของสาธารณสุขให้มั่นใจ  เพราะการที่มีคนติดเชื้อในแต่ละวันมากขึ้น ก็ยิ่งต้องให้เกิดความมั่นใจว่าถ้าจะต้องการเตียง หรือต้องการไปโรงพยาบาลเรามีพร้อม นี่คือหลักการของกระทรวงสาธารณสุขที่เรานำเสนอ แต่ครม.ก็มีสิทธิที่จะมีความห่วงใย ซึ่งเราก็อธิบายไป

“ยืนยันว่าเมื่อวานในครม.ไม่มีการตีตกหรือตีกลับแต่อย่างใด อย่าไปเข้าใจผิด ไม่ได้ยกเลิกข้อเสนอของกระทรวงสาธาณสุข ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ขอให้ไปพิจารณาทำความเข้าใจให้ประชาชนเกิดความเข้าใจก่อน ประชาชนจะได้ไม่สับสน ซึ่งในที่ประชุมศบค.วันนี้อาจจะคุยเรื่องนี้กันด้วย เพราะเป็นการประชุมที่เกี่ยวข้องกับโควิดโดยตรง  ไม่เหมือนกับประชุมครม. ที่บางครั้งข้อมูลของรัฐมนตรีแต่ละท่านอาจไม่ครบถ้วน แต่ก็เข้าใจว่าทุกคนก็มีความห่วงใย แต่ยืนยันว่าไม่มีการตีตกหรือยกเลิก ซึ่งนายกฯก็ย้ำเองว่าไม่ใช่การตีตกหรือยกเลิก เพียงแต่ต้องการทำให้สมูทที่สุด และทางสธ.ก็ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่เรื่องของการประหยัดงบประมาณ เพราะงบประมาณที่ใช้ตรงนี้นายกฯผันมาจากงบกลาง ซึ่งนายกฯต้องการ ให้นำมาดูแลประชาชนให้ดีที่สุด”

เมื่อถามถึงสายด่วนที่ประชาชนโทรไปแต่ไม่มีคนรับสายจะแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กำลังแก้ปัญหาอยู่  คงต้องเพิ่มคู่สาย หรือ เพิ่มจำนวนคนที่รับสายมากขึ้น  แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น จะเกิดในกทม.ซึ่งเราให้กรมการแพทย์เป็นฝ่ายประสานกับกทม. ที่จะเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิเส้นด้าย หรือดาราอย่างคุณได๋ ไดอาน่า ที่ช่วยสะท้อนปัญหาออกมา ซึ่งยังยืนยันว่าเรามีเตียงพอ ไม่ว่าจะเป็นกทม. หรือในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เป็นการดูแลของสธ.โดยตรง  ทางปลัดสธ.ได้เดินสายทั่วประเทศ ได้ยืนยันกับตนว่ามีความพร้อม ส่วนในกทม. ขอย้ำอีกทีว่าสธ.มีภารกิจหลักคือสนับสนุนกทม. แต่การบริหารจัดการหรือการสั่งการต่างๆเป็นหน้าที่ของกทม.

เมื่อถามว่าให้ความมั่นใจได้หรือไม่ว่าการระบาดรอบนี้จะไม่เกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่กทม.กับกระทรวงสาธาณสุข ทำงานไม่ค่อยประสานกัน นายอนุทิน กล่าวว่า มีการประสานงานกันโดยตลอด ยังไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน กทม.เป็นเจ้าภาพหลัก สธ.เป็นผู้สนับสนุน เราพร้อมสนับสนุนเจ้าภาพหลักอย่างเต็มที่ ซึ่งทางรมช.สธ.ก็เป็นประธานประชุมเกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานพยาบาล และเตียงที่จะสนับสนุนฝ่ายกทม.ได้ตลอด

เมื่อถามว่า ทางกทม.บอกว่าจะมีการเพิ่มเตียงสีแดง 40 เตียงหลังพูดคุยกันแล้ว ทางกทม.ขอให้สธ.สนับสนุนอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ต้องถามกทม.นโยบายของตนในฐานะรมว.สาธารณสุขคือ ให้สธ.สนับสนุนเต็มที่ถ้ามีการร้องขอจากกทม.มา

เมื่อถามย้ำว่า จากนี้ จะไม่เกิดความขัดแย้งระหว่าง สธ.กับ กทม.แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ” มันไม่เคยขัดแย้ง ขัดแย้งที่ไหนล่ะ เกื้อกูลกันมาตลอด ไม่เคยขัดแย้งกันเลยแม้แต่น้อย แต่เราต้องไม่ก้าวก่ายหน้าที่การงานกัน”

เมื่อถามว่ามีภาพผู้ป่วยที่รอคอยเตียงอยู่จำนวนมากจะแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุทิน ก็ต้องไปบอก กทม. ทางสธ. แค่สนับสนุน ซึ่งในกทม.ที่ทางสธ. สนับสนุนอยู่เช่น โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลเลิศสิน โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ซึ่งโรงพยาบาลเหล่านี้สธ.เอามาซัพพอร์ต สนับสนุน กทม. แต่การบริหารจัดการสถานการณ์ต้องเป็นเรื่องของกทม.

เมื่อถามว่าวันนี้ตัวเลขติดเชื้อโควิดสูงขึ้นสองหมื่นกว่า ทาง ศบค.จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่  นายอนุทิน กล่าวว่าก็ต้องเน้นว่าเราอย่าให้มีการเจ็บป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต อย่าให้เพิ่มขึ้น เราต้องโฟกัสไปที่จุดที่สำคัญที่สุด คือต้องไม่เจ็บป่วยรุนแรง และต้องไม่เสียชีวิต ส่วนเรื่องการติดเชื้อนั้น ปกติคนก็ต้องทำงาน และมีกิจกรรมก็ต้องระมัดระวัง ถ้าจะควบคุมการติดเชื้อให้มากที่สุด หรือควบคุมความเสียหาย ก็ต้องฉีดวัคซีนเข็มบูทเตอร์ จะเข็ม 3 หรือเข็ม 4 ก็แล้วแต่

เมื่อถามว่ามีข้อเสนอว่าควรงดการเสนอรายงานตัวเลขของผู้ติดเชื้อแต่ละวัน เพราะทำให้คนตกใจ นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่กับความจริงดีที่สุด สิ่งที่สธ.จะไม่ทำคือการปรุงแต่งตัวเลข และ ปิดบังความจริง เรื่องโควิดเราเสนอความจริงให้ประชาชนรับทราบมาตลอด ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ประกาศ พบผู้ติดเชื้อโควิดนอกประเทศจีน เราเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากนำเสนอความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่า สธ.จะเสนอการปรับลดวงเงินประกันนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยจากเดิมที่วงเงิน 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า  วันนี้กรมควบคุมโรคจะเสนอให้ที่ประชุมศบค.พิจารณาว่า วงเงินประกันสุขภาพลดเหลืออยู่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในการรักษานักท่องเที่ยวที่เป็นคนต่างชาติที่ติดโควิด ซึ่งคิดว่าเหมาะสมและน่าจะเพียงพอ ต่อการอำนวยความสะดวกกับทุกฝ่าย เพราะถ้าเราไปเน้นในเรื่องของวงเงินความคุ้มครอง ค่าเบี้ยประกันก็จะสูงขึ้น จริงๆมีการขอให้ลดเหลือ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐด้วยซ้ำ แต่เราก็บอกว่าน่าจะสัก 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อตีเป็นเงินไทยก็เกือบล้าน เพราะเราก็ดูจากผู้ป่วยโควิดคนไทยที่ป่วยถึงขั้นเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 200,000 บาท ซึ่งส่วนนี้ไม่ได้เป็นส่วนที่กระทบกระเทือนงบประมาณอะไรของประเทศ และไม่ใช่ว่าจะป่วยทุกคน อนุทิน พูดทิ้งท้ายว่า “ฉีดวัคซีน”

 

 

ขอบคุณข่าวจาก    https://siamrath.co.th/n/325267