“เด็กเพื่อไทย” ชี้ เศรษฐกิจโลกกำลังจะถดถอย แต่ผู้นำไทยยังไร้ทิศทาง

วันที่ 27 ก.ย.65 ที่พรรคชาติไทย  นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกที่หลายฝ่ายกำลังคาดว่าจะเกิดภาวะถดถอยไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นหลายประเทศจึงต้องหาวิธีการและทิศทางในการรับกับภาวะดังกล่าว บางประเทศเลือกที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ บางประเทศพยายามดึงเงินและนักลงทุนต่างชาติเข้ามา กระตุ้นเศรษฐกิจ หรืออย่างหลายๆประเทศที่มุ่งใช้ภาคการท่องเที่ยวในการสร้างรายได้ ก็มีนโยบายและมาตราการส่งเสริมเพื่อให้สำริตผลตามเป้าหมาย และในหลายๆประเทศที่ไม่มีแผนรองรับที่ดีพอ หรือมีปัญหาต่างๆมากมายภายในประเทศ ตั้งแต่ต้นปี 2565 อย่างน้อย 5 ประเทศ เกิดภาวะที่เรียกได้ว่า ประเทศล้มละลาย ล่าสุด IMF ได้มีการปล่อยกู้เงินมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ประเทศไทย ผู้นำขณะนี้กำลังทำงานไปแบบวันต่อวัน โดยไม่มีทิศทางและแผนการรองรับกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย ตรงกันข้ามกลับออกมาให้ข้อมูล ให้ข่าวจนทำให้เกิดความสับสน ตอกย้ำ ซ้ำเติมให้เห็นได้ชัดว่า รัฐบาลตอนนี้ไม่มีผู้นำในเรื่องเศรษฐกิจ จึงไม่มีทางที่ประชาชนจะสามารถคาดหวังอะไรได้เลย บางวันท่านก็ออกมาให้ข่าวว่า ต้องการตรึงราคาดอลลาห์ไม่เกิน 35 บาท จนทำให้ทั้งประชาชนและนักวิชาการต่างออกมาให้ข้อมูลโต้แย้งว่าการกระทำดังกล่าว จะยิ่งทำให้ประเทศมีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจสูงขึ้น อีกวันก็ออกมายืดอกดีใจที่บัตรคนจนมียอดผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้น รัฐบาลกำลังดีใจที่มีประชาชนมากขึ้น ที่มีรายได้ไม่ถึง 8300 บาทต่อเดือน ปัญหาความไร้ทิศทางของรัฐบาล มิได้มีเพียงด้านเศรษฐกิจ แต่มีอยู่ในทุกภาคส่วนของฝ่ายบริหาร ยกตัวอย่างเช่น กรณีรัฐมนตรี DES ที่มีข้อพิพาดกับ กลต เกี่ยวกับกรณีการหลองลวงลงทุนที่กำลังเป็นที่สนใจของสื่อ ทั้งๆที่หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอม ข้อมูลปลอมต่างๆ ก็อยู่ภายใต้กระทรวง DES เอง แต่กลับไม่สามารถทอะไรได้ หรือปัญหาเรื่อง คดีออนไลน์ เวปผิดกฏหมายต่างๆ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับที่น่าพอใจ และยังไม่มีบทบาทในการส่งเสริมธุรกิจดิจิทัลในไทย ตามหน้าที่ของตน

“สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่ตอกย้ำว่า ประเทศไทยกำลังจะต้องเผชิญกับภาวะที่ทั่วโลกเกิดเศรษฐกิจถดถอย หลายประเทศมีปัญหาด้านการเงิน จนทำให้ประเทศล้มละลาย ประเทศที่มีทิศทางและนโยบายที่ชัดเจนในการรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจกำลังเร่งดำเนินการเพื่อลดผลกระทบ หลังจากนี้จะเกิดการแข่งขันระหว่างประเทศในการดึงเม็ดเงินและการลงทุน เข้าสู่ประเทศของตนเพื่อรักษาระบบเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทยนั้นนอกจากจะไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการรับมือปัญหา รัฐบาลยังมีความเข้าใจผิดๆ และระบบการทำงานที่ไร้ทิศทาง จนไม่สามารถทั้งรับมือกับผลกระทบและไม่สามารถส่งเสริมประชาชนในประเทศได้”นายศรัณย์ กล่าว

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก      https://siamrath.co.th/n/385988