กรมสรรพสามิตสั่งพักงาน จนท.รีดเงินร้านขายมือถือ ตั้งกรรมการสอบผิดจริงเจอโทษทางวินัยขั้นสูงสุด 

กรมสรรพสามิตสั่งพักงานเจ้าหน้าที่กรณีเรียกรับเงินจากร้านจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบกระทำความผิดจะดำเนินการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด

นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ว่าเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตได้เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ซึ่งตั้งอยู่อาคารเลขที่ 99/110 ซอยอู่ทอง 37/2 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้ดำเนินการจับกุมผู้จัดการร้าน และมีการเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการปล่อยตัว นั้น กรมสรรพสามิตขอชี้แจงและให้ข้อมูลดังนี้ ในการเข้าตรวจค้นจับกุมร้านจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจับกุมพบฐานความผิดในร้านดังกล่าวเป็นสินค้าแบตเตอรี่ ประเภทแบตเตอรี่มือถือ จำนวน 465 ก้อน ตามข้อกฎหมาย มาตรา 204 ขายหรือมีไว้เพื่อขายสินค้าที่มิได้เสียภาษี ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5-15 เท่าของค่าภาษี ซึ่งเจ้าของร้านให้การสารภาพและยอมรับความผิด อันเกิดจากการกระทำดังกล่าว มีการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 80,101.48 บาท และค่าภาษี 16,020.30 บาท

อย่างไรก็ดี จากการที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้เข้าไปดำเนินการตรวจค้นจับกุมโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของระเบียบในการจับกุมตรวจค้น รวมถึงประเด็นในเรื่องของการเรียกรับเงินจากผู้เสียหายทางกรมสรรพสามิตจึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่ามีการประพฤติมิชอบหรือไม่ โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวพักงานและหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและรายงานผลให้ทราบภายใน 5 วัน หากพบว่าเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดังกล่าวได้กระทำผิดจริง กรมสรรพสามิตจะดำเนินการลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุดต่อไป

โดยกรมสรรพสามิตขอให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนว่า การดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบในการจับกุมตรวจค้นนั้น เจ้าหน้าที่ต้องแสดงตัว โดยแต่งเครื่องแบบกรมสรรพสามิตหรือแสดงบัตรข้าราชการในขณะปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อจับกุมแล้วต้องทำบันทึกจับกุม โดยกรณีค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท สามารถปรับที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ได้เลย กรณีค่าปรับเกิน 50,000 บาท ต้องไปลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวผู้ต้องหามาปรับที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่สรรพสามิต หรือพบการกระทำผิดกฎหมายสรรพสามิต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1713 หรืออีเมล์ excise_hotline@excise.go.th

 

 

 

 

ขอบคุณข่าวจาก      https://siamrath.co.th/n/416224