พบถังน้ำมันรั่วซึม คาดเป็นต้นเหตุทำรถตู้ไฟไหม้ดับ 11 ศพ

ตร.พบถังน้ำมันรถตู้รั่วซึม อาจเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ส่งผลให้ผู้โดยสารและคนขับเสียชีวิตรวม 11 ราย

จากกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเสียหลักพุ่งชนราวเหล็กกั้นทางเกาะกลางถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 – 99 บ้านมอจะบก ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมรถตู้ทั้งคัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอก 11 ราย และมีผู้รอดชีวิตหวุดหวิดคลานหนีออกมาจากรถได้ทันอีก 1 ราย ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ (25 ม.ค.66) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าของคดีไปยัง พ.ต.อ.ยงยศ พลเดช ผกก.สภ.สีคิ้ว ทราบว่าขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่าเกิดจากคนขับหรือเกิดจากมีรถของบุคคลที่ 3 โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทาง พล.ต.ต.บุญชัย ฤาชัยสา ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักบานภาค 3 (พฐ ภาค 3) ลงพื้นที่ตรวจสอบซากรถตู้อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้จนทำให้มีผู้เสียชีวิตภายในรถตู้ถึง 11 ราย ซึ่งพบว่า บริเวณถังน้ำมันมีรอยรั่วซึ่งเกิดจากรถตู้ได้พุ่งชนกับการ์ดเรล แล้วลอยขึ้นจนทำให้ถังน้ำมันไปกระแทกกับเสาของการ์ดเรลทำให้เกิดรอยรั่ว จนน้ำมันไหลออกมาติดกับประกายไฟที่เกิดจากการที่รถตู้เสียดสีกับการ์ดเรลจนเกิดเพลิงไหม้ในที่สุด

จากการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ยังไม่มีใครทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ จึงทำให้ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงเร่งหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และกล้องหน้ารถของประชาชนที่ผ่านในช่วงเวลาเกิดเหตุ และเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีผู้เสียชีวิตถึง 11 ราย เป็นที่สนใจของประชาชนจึงจำเป็นต้องสืบสวนหาหลักฐานเพื่อความรัดกุมในสำนวน เพื่อความเป็นธรรมของญาติคนขับและญาติของผู้เสียชีวิต จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ขับรถผ่านในช่วงเวลาเกิดเหตุและมีกล้องหน้าหรือหลังรถที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้อยากให้นำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีคิ้วเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนต่อไป

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นางศิริจันทร์ อัสศวภูมิ แม่ของนายธนชิตผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวทราบว่า นายธนชิต ได้เดินทางกลับไปอาศัยอยู่กับพ่อที่จังหวัดอุบลราชธานี และเตรียมตัวบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย

นางศิริจันทร์ อัสศวภูมิ อายุ 40 ปี แม่ของผู้รอดชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า หลังจากเกิดเหตุน้องได้กลิ่นไหม้อยู่ตลอด และมีอาการนอนไม่ค่อยหลับในช่วงแรกที่กลับมาจากจังหวัดนครราชสีมา ตัวน้องเองก็รู้สึกสลดใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยภาพเหตุการณ์วันนั้นยังติดตาและติดอยู่ในใจตลอด ทั้งภาพขณะเกิดเหตุไฟกำลังลุกไหม้ เสียงคนในรถทั้งเด็กและผู้ใหญ่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แต่น้องเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย จึงอยากจะบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย

 

โดยพิธีอุปสมบทจะจัดขึ้นหลังจากที่ญาติผู้เสียทั้งหมด ประกอบพิธีทางศาสนา คือ การฌาปนกิจครบทั้ง 11 ราย และการดำเนินคดีเสร็จสิ้น เนื่องจากญาติผู้เสียชีวิตและเจ้าของรถตู้จะร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีด้วย นอกจากนี้ทางครอบครัวและน้องมีความตั้งใจจะบวชให้ผู้เสียชีวิตรายละ 1 เดือน รวมถึงบวชให้ตัวเองด้วย รวมเป็นทั้งหมด 12 เดือน โดยวัดที่จะประกอบพิธีอุปสมบทคุณพ่ออยากจะให้บวชวัดในพื้นที่ภูมิลำเนา คือ วัดหนองเมือง อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี