จตุรงค์ ย้ำชัด เจโม่ ไม่ผ่าน ห่วงใบเฟิร์น กลัวต้องหาเงินเลี้ยงสามี

จตุรงค์ ย้ำชัด เจโม่ ไม่ผ่าน ห่วงใบเฟิร์น กลัวต้องหาเงินเลี้ยงสามี

จากกรณีการกลับมาคบกันอีกครั้งของนักแสดงสาว “ใบเฟิร์น พัสกร” กับแฟนหนุ่ม “เจโม่ จาตุรนต์” ทำให้พ่อของสาวใบเฟิร์นอย่าง “จตุรงค์ มกจ๊ก” รู้สึกไม่เห็นด้วย โดยได้พูดผ่านสื่อว่าผู้ชายคนนี้ยังไม่ผ่าน และกลัวมาเกาะลูกสาวกิน เพราะไม่เห็นว่าฝ่ายชายทำงานอะไรเป็นหลักเป็นแหล่ง

และล่าสุดได้มีโอกาสเจอ จตุรงค์ ในงานรอบสื่อ ภาพยนตร์ “หอแต๋วแตก แหกโควิด ปังปุริเย่” ที่เอสเอฟเวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ และถามถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวก็ย้ำเหมือนเดิมว่า กลัวลูกสาวต้องหาเงินเลี้ยงสามี หากได้คนไม่มีงานทำ ส่วนข่าวที่ฝ่ายชายเคยถูกแฉว่าคบซ้อน เปิดตัวคบลูกสาวทั้งๆ ที่มีแฟนที่คบกันมา 10 ปีอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่พอใจ

ตอนนี้มีข่าวว่าใบเฟิร์นกลับมาคบกับเจโม่ ลุงมีความเห็นยังไงบ้าง?
“มันไม่มีอะไรสำหรับลุง เพราะว่าลุงไม่ได้ตามไปราวีอะไรเขา ถ้าถามลุง ลุงจะบอกว่าคนที่จะมาเป็นเป็นแฟนหรือสามีของลูกสาว มันจะต้องหางานทำให้เป็นหลักเป็นแหล่ง ให้มันมีอะไรก่อนไม่ใช่แค่ลุงคนเดียว ไปถามคนทั้งประเทศ คุณอยากจะให้ลูกของคุณแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นต้องมีหลักมีฐานก่อน เงินยังไม่มีแต่งานมันต้องมี ถ้างานมีแล้วเงินมันจะตามมาเอง

เพราะฉะนั้นแล้วอย่าว่าลุงเลย ไอ้คนที่บอกว่าเลือกมาก เรื่องมาก เลือกคนนั้นเลือกคนนี้ เดี๋ยวก็ได้ดีหรอก อย่าว่าลุงเลย คนที่เป็นพ่อเป็นแม่คนมันเป็นอย่างนี้ทุกคน ก็ต้องการให้ลูกของตัวเองได้คนมีงานมีหลักมีการทำ ไม่ใช่ได้ใครมาก็ไม่รู้ แล้ววันหนึ่งไปทำงานหาเลี้ยงมัน มันจะได้เหรอ มันใช่เหรอ ลุงกลัวที่สุดคือลูกสาวลุงจะต้องไปหาเงินเลี้ยงผัว คือไม่ต้องมาให้ลุงหรอก ลุงมีของลุงอยู่แล้วไม่ต้องมาเลี้ยงลุง แต่เลี้ยงตัวเองให้รอด และมันก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเลี้ยงผัวอีก

คนที่กำลังด่าลุงด่าไปเถอะ แต่วันใดวันหนึ่งมาเจอแบบลุงบ้างก็จะรู้เอง ว่าความรู้สึกของคนเป็นพ่อมันเป็นยังไง แล้วก็กลัวที่สุดว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับลูกสาวลุง คือวันหนึ่งไปเจอผู้ชายที่ไม่มีงานไม่มีการทำเป็นหลักเป็นแหล่ง

คือไอ้น้องคนนี้ (เจโม่) ถ้าถามลุง ลุงยังไม่รู้เลยว่ามันทำงานอะไร จะบอกว่ามันเป็นดาราหรืออยากจะเป็นดารา มันไม่ได้เป็นง่ายๆ คือดารา คุณจะสนิทกับดาราหรือมีข้อพิพาทกับดารา คือดารามันก็ต้องมีคนรู้จัก ไปงานอีเวนต์ได้แล้ว อันนั้นเขาเรียกดารานะ หรืออย่างลุง อย่างไอ้เฟิร์น ที่ถ่ายละครถ่ายหนังถ่ายรายการ นี่ไม่ใช่ด่านะแต่ความเข้าใจของลุงเป็นอย่างนี้จริงๆ แต่ลุงจะไม่ไปตามราวีเขา ไม่ห้ามด้วย แล้วแต่คุณเลย แล้วแต่ลูกแล้วแต่ความคิดของเขา เชิญเลย”

พอพูดแบบนี้ มันอาจจะเป็นการสร้างความกดดันให้กับลูกสาวและฝ่ายชาย?
“จะกดดันหรือไม่กดดันก็ไม่รู้ ถ้าเขาดูข่าวนี้ เขาอาจจะกดดัน ถ้าเขาไม่ดูข่าว เขาก็อาจจะไม่กดดันนะ แต่ลุงไม่มีการโทรหาไปตามที่บ้าน และเวลาเจอต่อหน้าก็ไม่พูดเรื่องนี้ ไม่เคย เพราะลุงคิดว่าเขาโตแล้วเขาทำงานเองได้แล้ว ลุงอ่ะภูมิใจลูกที่เขาทำงานเองได้ และไม่กดดันหรอกแต่สุดท้ายเขาเลือกยังไงลุงก็ต้องตามเขา”

เคยเจอกับฝ่ายชายบ้างไหม?
“ไม่เคย กับเฟิร์นเจอ แต่ถ้ากับผู้ชายไม่เคยเจอลุงไม่ต้องการเจอ เพราะลุงรู้อยู่ว่าเขายังไม่เป็นหลักไม่เป็นแหล่ง ไม่เป็นโล้เป็นพาย คุณต้องทำงานก่อน แล้วทำงานในที่นี้ไม่ใช่ว่าทำงานแล้วก็มาเจอ ไม่ใช่ ทำงานให้เห็นเลยว่าทำงาน ทำไปเรื่อยๆนั่นแหละ”

แสดงว่าคนคนนี้ยังไม่ผ่าน?
“ยังไม่ผ่าน เพราะว่ามันไม่มีอะไรที่เป็นหลักเป็นแหล่ง จะอยากให้ลูกตัวเองไปกับคนที่ไม่มีอะไรเหรอ มันต้องมีหลักมีงานเป็นเรื่องเป็นราว ทำงานอยู่ที่ไหนไปเช้าเย็นกลับ ทำงานอะไร ไม่ใช่เพราะมีชื่อหน่อยอ้างว่าเป็นดารา ดาราต้องไปถ่ายหนังไปถ่ายละครสิ ตอนนี้ไม่เห็นมีถ่ายอะไรเลย”

ได้มีการพูดคุยกับลูกสาวถึงเรื่องนี้ไหม?
“ไม่ ไม่ ถ้าคุยกันจะทะเลาะกันเพราะเฟิร์นมันก็คงไม่ยอมลุงหรอก เพราะรู้อยู่ว่าคุยกับเฟิร์นแล้วเฟิร์นมันโผงผางขึ้นมาแล้วลุงก็ต้องเดินหนีไม่อยากทะเลาะ”

เห็นฝ่ายชายบอกในรายการหนึ่งว่ายังไม่กล้าเข้ามาหาลุง?
“ดีแล้ว ไม่กล้าดีแล้ว”

ในอนาคต หากเขามีงานมีหลักมีแหล่ง พิสูจน์ตัวเอง ลุงก็จะเปิดโอกาสให้เขาไหม?
“ใช่ ใช่ ใช่ มีงานให้ได้เห็น ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่วันนี้ทำงาน พรุ่งนี้มาหาเรา ไม่ใช่นะ แค่นั้นเอง จะมาบอกว่าลุง..ถ้าลูกเขยจน มันไม่เกี่ยวกับจน มันเกี่ยวกับทำงาน อย่ามาพูดเรื่องเงินกับลุง ครอบครัวลุงไม่ได้เดือดร้อน ทำงาน ในอนาคตมึงจะได้เลี้ยงเมียมึงได้”

ความรู้สึกนี้เกี่ยวกับข่าวที่เคยผ่านมาของฝ่ายชายไหม?
“ข่าวมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่พอใจที่ว่ามีข่าวเกี่ยวกับเรื่องมีแฟนแล้ว มีอะไรแล้ว”

ขอบคุณข่าวจาก  https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6764430