“เทพไท”ยกโพลของสถาบันพระปกเกล้า-สถิติแห่งชาติกดดัน ส.ว.-พรรคการเมืองเร่งแก้รธน.

เมื่อวันที่ 22 เม.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 22,830 ตัวอย่าง กระจายตามเพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษา ระหว่างวันที่ 1 – 19 เม.ย.ที่ผ่านมา และพบว่าประชาชนในสัดส่วนร้อยละ 77.5 มีความต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ขณะที่ร้อยละ 22.5 บอกว่าไม่ต้องการแก้ไข ซึ่งเป็นผลการสำรวจที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะสถาบันพระปกเกล้า เป็นสถาบันที่ส่งเสริมประชาธิปไตย สังกัดรัฐสภาและสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นหน่วยงานราชการของรัฐบาล มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบสอบถาม และสำรวจข้อมูลมากที่สุด ซึ่งเชื่อว่าทั้ง2หน่วยงาน มีความเป็นมืออาชีพ มีจรรยาบรรณในการสำรวจความคิดเห็น และมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ถูกแทรกแซง หรือรับใบสั่งจากนักการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เมื่อเปรียบกับผลการสำรวจ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของโพลบางสำนัก ที่ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะมีการออกแบบสอบถาม และสำรวจความคิดเห็น ตามใบสั่งของฝ่ายการเมือง หรือต้องการผลสำรวจที่เชียร์กลุ่มการเมืองบางฝ่ายเท่านั้น

นายเทพไท กล่าวต่อว่า สำหรับผลการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่มีผลออกมาชัดเจนว่า ประชาชนร้อยละ 77.5 เห็นด้วยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าจะเป็นคำตอบเบื้องต้นให้กับพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ได้นำไปเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา ก็ควรจะฟังกระแสของประชาชนว่า มีความต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน รวมถึงผลการสำรวจของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น ควรเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. ร้อยละ 39.1 รัฐสภา ร้อยละ 30.8 ซึ่งผลของทั้ง2ข้อนี้ เป็นการชี้ให้เห็นถึงเจตนารมย์ของประชาชน ที่ต้องการให้มีการแก้ ไขรัฐธรรมนูญผ่านตัวแทนของประชาชนเท่านั้น เพียงแต่จะใช้วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) หรือจากรัฐสภาเท่านั้น

“จึงอยากให้สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้รับฟังกระแสของสังคม และพรรคการเมืองหลายพรรค ที่หาเสียงด้วยนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรจะรักษาสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน ในการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ต้องรับผิดชอบ และปฎิบัติตามนโยบายเร่งด่วนข้อ 12 ของรัฐบาล ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย”น่ยเทพไท กล่าว

 

 

ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/237583