“ไพบูลย์” แจง 5 ข้อชงแก้รธน.นำร่องใช้บัตรลต. 2 ใบ ยอมถอยแก้ม.144-ม.185 ยึดหลักการเดิม

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.64 ที่รัฐสภา เกียกกาย เวลา 10.55 น.มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..)พ.ศ. .. รวม 13 ฉบับ โดยเริ่มจากพรรคพลังประชารัฐ 1 ฉบับ โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐ ธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผล ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคพลังประชารัฐตั้งใจแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคพลังประชารัฐและส.ว.ขัดขวางแก้รัฐธรรมนูญไม่จริง หากประเด็นใดแก้ไขเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่สร้างความขัดแย้ง หรือเป็นภาระงบประมาณแผ่นดินทำประชามติ ก็จะช่วยสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญให้ลุล่วงได้ เป็นการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

นายไพบูลย์ ชี้แจงต่อว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคพลังประชารัฐเสนอมี 5ประเด็น 13มาตรา ได้แก่1.การแก้ไขมาตรา 29 มาตรา41 และมาตรา45 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน อาทิ สิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การประกันตัว การให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากรัฐในการฟ้องหน่วยงานรัฐ 2.การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบเหมือนรัฐธรรมนูญปี2540 ได้แก่ส.ส.เขต 400คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100คน พรรคใดที่ส่งส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100คน ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อได้ พรรคใดจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1% ป้องกันปัญหาการเป็นส.ส.ปัดเศษ

นายไพบูลย์กล่าวว่า 3.การแก้ไขมาตรา144 ให้ตัดบทลงโทษส.ส -ส.ว.และกมธ.ที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประ มาณไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่เมื่อมีส.ว.ทักท้วงว่า การแก้ไขดังกล่าวทำให้หลักการตรวจสอบงบประมาณที่รัฐธรรมนูญปี60 เขียนไว้อย่างเข้มข้นสูญเสียไป ตนก็เห็นด้วยและรับปากว่า หากรับหลักการแก้ไขวาระ1แล้ว การพิจารณาในชั้นกมธ. ตนและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอแก้ไขมาตรา144 ให้คงหลักการเข้มข้นรัฐธรรมนูญปี60ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้ แต่ขอหารือว่า ควรพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากมาตรานี้ จะหาวิธีผ่อนคลายอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไม่กล้ามาเป็นกมธ.งบ เพราะกลัวเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงตามมาตรา144 4.การแก้ไขมาตรา185 เรื่องการยกเลิกการห้ามส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ที่ส.ว.เป็นห่วงเช่นกันว่า จะทำลายหลักการการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการนั้น ก็รับปากว่า หากรับหลักการวาระ1 จะไปผลักดันชั้นกมธ. ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานข้าราชการไว้ตามเดิม แต่ขอเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้น โดยยกเว้นกรณีส.ส.-ส.ว.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ให้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ 5.ให้ยกเลิกมาตรา270 ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภาในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ มาเป็นให้อำนาจส.ส.และส.ว.ร่วมกันติดตาม เสนอแนะเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เรื่องนี้ส.ว.เป็นผู้เสนอเอง อยากให้ส.ส.มาร่วมติดตามการปฏิรูปประเทศ

ขอบคุณข่าวจาก  https://siamrath.co.th/n/255259